//
you're reading...
ดูแลฮันนี่หวานใจกันดีกว่า, มาเติมอาหารสมอง กันดีกว่า Brain Food at Here!

ทำไมคนเราถึงง่วงนอน มาทำความเข้าใจอาการง่วงกันดีกว่า

“ความง่วง” คืออะไร

“ง่วง” (Drowsiness หรือ Sleepiness) เป็นเรื่องปกติ เป็นเรื่องธรรมชาติ ร่างกายต้องการการพักผ่อน สมองต้องการการนอนหลับ ร่างกายต้องการ 3 สิ่งครับ คือ อาหาร น้ำ และการนอนหลับ คนเราสามารถจะตั้งใจที่จะอดน้ำและอดอาหารจนเสียชีวิตได้ แต่คนเราไม่สามารถตั้งใจที่จะไม่นอนหลับแล้วเสียชีวิตได้ (เช่นเดียวกับการกลั้นหายใจ) ถ้าเราอดนอนหรือสมองไม่ได้รับการนอนหลับสักระยะหนึ่ง สมองก็จะสั่งการให้หลับทันที เราจะง่วงมาก เราไม่สามารถที่จะฝืนได้เลย สัญญาณที่สมองสั่งให้ร่างกายพักผ่อนจะรุนแรงมาก ความง่วงแน่นอนคือ สัญญาณที่สมองสั่งมาว่าให้นอนได้แล้วครับ ร่างกายต้องการพักผ่อน

ทุกคนรู้ว่าง่วงคืออะไรครับ ถ้าทดลองอดนอนหรือนอนไม่หลับซักหนึ่งคืนก็จะรู้ว่าความง่วงคืออะไรในวันรุ่ง ขึ้นครับ การอดนอนชั่วคราว หรือ acute sleep deprivation ครับ จะมีอาการในผู้ใหญ่ตรงไปตรงมาครับ มีทั้งง่วงมาก ง่วงน้อยแตกต่างกันไป ผลกระทบของความง่วงก็ชัดเจน ความคิดอ่านไม่แล่น ความจำไม่ดี ผู้ใหญ่ก็หาทางแก้ไขโดยการดื่มกาแฟ หรือชา หรือหาทางงีบหลับ (nap) ตื่นมาก็พอจะแก้ไขหรือช่วยได้ ในเด็กก็มีอาการไม่แตกต่างจากผู้ใหญ่มากนัก ถ้าคืนไหนนอนดึก ดูละครตื่นมาอาการก็ชัดเจน แน่นอน ทางแก้ไขก็คงต้องนอนให้พอเพียง หรือนอนตอนบ่ายชดเชย ตื่นมาก็ปกติ

การอดนอนชั่วคราว ปัญหาไม่มากครับ เราก็คงไม่ต้องมาพูดกันฉบับนี้ ปัญหาจะเกิดก็คือ บางรายจะมีความง่วงนอนเล็กน้อยตลอดเวลา เกิดเป็นเวลานาน เกิดจากการ อดนอนเล็กน้อย ต่อเนื่องยาวนาน (prolonged partial sleep deprivation) หรือมีความผิดปกติบางประการทั้งร่างกาย และจิตใจที่ทำให้หลับไม่ได้ ปัญหาที่เกิดคือ เด็กจะมีความง่วงจะเล็กน้อยตลอดเวลา แต่ผู้ปกครองหรือครูไม่ทราบ โดยเฉพาะเด็กเล็กที่มีอาการง่วงไม่มาก แต่เป็นมานาน พ่อแม่อาจไม่ทราบครับ หรือออกมาในแบบง่วงมากเกินปกติ หรือง่วงตลอดเวลา (excessive sleepiness) ซึ่งผิดปกติครับ อาการง่วงมากเกินไปทางการแพทย์เรียกว่า “hypersomnia” ครับ

ทำไมเราต้องง่วงด้วย

ความง่วงเกิดจากคุณภาพในการนอนไม่ดี (poor quality) และ/หรือ ได้รับการนอนไม่เพียงพอ (inadequate) คนเราจะอยู่ในสองสภาวะเท่านั้นครับ คือ ตื่นและหลับ ระหว่างตื่นเราจะสะสมความเหนื่อยล้าไว้ในตอนกลางวัน เพื่อที่จะหลับได้ในตอนกลางคืน พูดไปก็เหมือนกับกำปั้นทุบดิน “เราง่วงก็เพื่อที่จะหลับให้ได้ดี และเราหลับก็เพื่อที่จะตื่นให้ได้สดชื่นในตอนเช้า” แล้วเราก็ง่วงใหม่เป็นวัฏจักรวนเวียนไปมาทุกๆเช้า เราควรจะตื่นมาด้วยความสดชื่นครับ (fresh) การนอนที่ดีจะทำให้เรารู้สึกว่าเราได้พักผ่อน หรือ restorative sleep

ความง่วงจะช่วยให้เราหลับได้ง่าย จะช่วยเปลี่ยนจากสภาวะตื่นเข้าสู่สภาวะหลับ ในสมองที่ปกติและมีสภาพที่การควบคุมสมดุลย์ต่างๆ เป็นปกติดี จะมีปัจจัยหลัก 3 ประการที่ทำให้คนเราง่วงนอนครับ ปัจจัยแรกคือ ระยะเวลาที่เราตื่นนอนมานานเท่าไร ขณะที่ตื่นสมองจะสะสมสารเคมีอะดีโนซีน (adenosine) ในสมอง ยิ่งเราตื่นมานานหลายชั่วโมงสารเคมีก็จะมาก ทำให้เราง่วงนอน แต่เราก็ไม่หลับ เช่น ในตอนบ่ายๆ เราจะง่วง เพราะมีแรงต้านให้ตื่นจากนาฬิกาชีวภาพของเรา ความรู้สึกง่วงเกิดจากการที่สมองมีการสะสมสารเคมีอะดีโนซีน (adenosine) ที่เพิ่มขึ้น ดังนั้น ปัจจัยที่สองคือ การทำงานของนาฬิกาชีวิตหรือนาฬิกาชีวภาพ (biological clock) เป็นตัวบอกว่าเราควรจะตื่นหรือหลับ ถ้าเราต้องตื่น นาฬิกาชีวภาพก็จะทำงานในโหมดตื่น คือออกแรงต้านความง่วงไว้ทำให้ตื่น แต่ถ้าเราต้องหลับ นาฬิกาชีวภาพก็จะทำงานในโหมดหลับ ออกแรงสนับสนุนการนอนหลับ การนอนหลับนั้นเป็นกระบวนการที่ active ครับ ไม่ใช่ passive ตามที่เราเข้าใจทั่วๆ ไป สมองยังคงทำงานตลอดเวลาในขณะหลับ แล้วนาฬิกาชีวภาพรู้ได้อย่างไรว่าจะต้องทำงานในโหมดหลับ หรือโหมดตื่น ก็อาศัยปัจจัยที่สามครับ คือ ความมืดและความสว่างจากสิ่งแวดล้อมที่อาศัยสายตาเป็นตัวรับครับ ถ้าฟ้ามืด พระอาทิตย์ตกดิน ความมืดจะส่งสัญญาณให้นาฬิกาชีวภาพต้องทำงานในโหมดหลับครับ โดยสารเคมีเมลาโตนิน (melatonin) ในเลือดและในสมองที่สูงขึ้น ส่วนความสว่างจากแสงแดดตอนเช้าจะส่งสัญญาณให้นาฬิกาชีวภาพต้องทำงานในโหมด ตื่นครับ โดยสารเคมีเมลาโตนินในเลือดและในสมองจะลดลง เพื่อให้การนอนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ การทำงานของนาฬิกาชีวภาพและความสว่างมืดต้องสัมพันธ์กันครับ 24 ชั่วโมงของนาฬิกาชีวภาพในร่างกายต้องปรับเวลาให้ตรงกับการหมุนของโลกรอบตัว เองทุก 24 ชั่วโมง (entrainment หรือ synchronization) นั่นคือ เราควรตื่นมาพร้อมกับแสงแดด และนอนหลับพร้อมพระอาทิตย์ตกดิน

คุณพ่อแม่มักถามแพทย์ว่าเด็กต้องใช้เวลานอนเท่าไหร่จึงจะพอ? คำตอบก็จะไม่ใช่แค่จำนวนชั่วโมงหรือระยะเวลาที่นอนเท่านั้น แต่จะหมายถึงการเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาด้วยครับ เวลานอนต้องมืดสนิท และเวลาตื่นนอนต้องมีแสงสว่างครับ สมองต้องการภาวะ synchronization กับแสงแดดครับ คนที่ทำงานเป็นกะ (shift work) เข้านอนและตื่นนอนไม่เป็นเวลา เช่น พยาบาล ตำรวจ นักบิน พนักงานรักษาความปลอดภัย เจ้าหน้าที่โรงแรม หรือคนทำงานกลางคืน (night shift) จะมีคุณภาพในการนอนไม่ดี แม้ว่าจำนวนชั่วโมงที่นอนจะมากเพียงพอ

ง่วงมีผลเสียอย่างไรและ แสดงออกอย่างไร
อีกครั้งครับ ความง่วงมีทั้งง่วงมาก ง่วงน้อยแตกต่างกันไป ถ้าอดนอนหรือนอนไม่หลับ ก็จะรู้ว่าความคิดอ่านไม่แล่น ความจำไม่ดี ประสิทธิภาพการทำงานไม่ดี เกิดอุบัติเหตุได้ง่าย เช่น อุบัติเหตุจากการขับรถข้างต้น เป็นผลกระทบความง่วงที่ชั่วคราวและเป็นมาก (acute sleep deprivation) ชัดเจนครับ เราทราบกันอยู่ ความง่วงแบบนี้ตรงไปตรงมาครับ ผลกระทบของความง่วงก็ชัดเจน ผู้ใหญ่ก็หาทางแก้ไขโดยการดื่มกาแฟหรือชา หรือหาทางงีบหลับ (nap) ตื่นมาก็พอจะแก้ไขหรือช่วยได้ มักเกิดจากการอดนอนหรือนอนไม่พอเพียง ถ้าไม่ได้นอนคืนก่อน คืนถัดไปเราก็จะหลับสนิทเลย เพื่อจ่ายหนี้ที่ค้างจากคืนก่อนที่ไม่ได้นอนครับ (sleep debt) แต่บางรายความง่วงจะเล็กน้อยตลอดเวลา เกิดเป็นเวลานาน เกิดจากการอดนอนเล็กน้อย ต่อเนื่องยาวนาน (prolonged partial sleep deprivation) คือได้นอนวันละ 4 – 6 ชั่วโมง เหตุการณ์นี้เกิดบ่อยครับในสังคมเราปัจจุบัน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ทั้งคนที่ปกติดีทำงานหนักตลอดเวลา ไม่มีเวลาพักผ่อนการงานรัดตัว คนปกติที่ทำงานไม่หนัก แต่ใช้ชีวิตที่ไม่เหมาะสม นอนดึกแต่ตื่นเช้า ติดละครทีวี เที่ยวดึก หรือคนที่มีโรคประจำตัวโรคทางกายหรือโรคทางใจที่ทำให้นอนไม่ได้ดี ตื่นบ่อยขณะหลับ แน่นอน การแสดงออกของความง่วงก็คือ ประสิทธิภาพในการทำงานลดลงครับ ความจำ การตัดสินใจแย่ลง ป่วยง่าย ปวดเรื้อรังง่าย เป็นโรคซึมเศร้า
ในเด็กเล็ก หรือเด็กวัยเรียน ถ้าง่วงเด็กจะอยู่ไม่สุขจะซนตลอดเวลา เด็กจะมีความรู้สึกตื่นตัวลดลง (hypovigilance) และจะแก้ปัญหาด้วยตัวเอง โดยการเคลื่อนไหวมากขึ้น (hyperactivity) กระตุ้นให้ตัวเองตื่นตลอดเวลา ทำให้พ่อแม่หรือคุณครู รวมถึงแพทย์คิดว่า ลูกสมาธิสั้นได้ครับ

เหนื่อยล้า เพลีย ง่วง หรือง่วงมากผิดปกติ

เหนื่อยล้า เพลีย (fatigue) ง่วง (drowsiness) เป็นภาวะปกติ ถ้าเราทำงานตามปกติใช้ชีวิตปกติ แต่เมื่อเหนื่อยล้าจากการทำงานก็อาจง่วงได้ เป็นความง่วงปกติเป็นเรื่องธรรมชาติครับ กลไกตามที่เล่ามาข้างต้น คนที่เหนื่อยล้า เพลีย ง่วงปกติ ความง่วงอาจเกิดตอนบ่ายๆ บางวัน หลังกินอาหารใหม่ๆ หลังอดนอนคืนก่อนหน้านั้น แต่จะกลับเป็นปกติภายหลังการจ่ายหนี้ (sleep debt) เมื่อได้นอนหลับสนิท (restorative sleep)

ง่วงมากเกินไป หรือ ง่วงมากผิดปกติ (excessive sleepiness) ผิดปกติแน่นอน ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ครับ ต้องพบแพทย์ คนที่มีภาวะนี้จะตื่นยากมากจากการนอน เมื่อตื่นแล้วก็รู้สึกว่าต้องการนอนต่อไปอีก ระหว่างวันก็ต้องการงีบหลับหลายๆ ครั้ง (nap) และการงีบก็อาจเกิดขึ้นในเวลาที่ไม่เหมาะสม เช่น ในรายที่มีอาการมากขณะคุยกันก็ยังหลับได้ระหว่างกินอาหาร งีบก็แล้ว ตื่นมาก็ยังง่วงต่อไปอีก ตื่นมาก็ไม่สดชื่น (non restorative sleep) สามารถหลับในเวลากลางวันได้วันละหลายครั้ง ง่วงมากเกินไปตอนกลางวัน (excessive daytime sleepiness) คนเหล่านี้จะสามารถหลับได้ในขณะที่กำลังคุยสนทนาอยู่ หรือแม้กำลังรับประทานอาหาร บางคนที่ง่วงมากขณะนอนหลับ ถ้าถูกปลุกขึ้นมาก็อาจมีอาการพูดจาสับสน นอกเหนือจากอาการง่วงแล้ว ยังหงุดหงิดง่าย วิตกกังวล ความคิดอ่านไม่แล่น ความจำไม่ดี และมีอาการซึมเศร้า ถ้าท่านมีคนรอบข้างหรือญาติพี่น้อง ลูกหลาน ง่วงมากเกินไป หรือง่วงมากผิดปกติ ขอให้ตระหนักว่าผิดปกติแน่นอน ไม่ใช่เกิดจากพฤติกรรมหรือนิสัยเกียจคร้าน หรือบุคคลิกภาพส่วนตัวครับ แต่เกิดจากโรคทางกายหรือใจ แน่นอน ต้องพบแพทย์

ความง่วงสามารถวัดความรุนแรงได้ อย่างไร

เราจะรู้ว่าใครง่วงมากน้อยเพียงใดก็ง่ายมากครับ เริ่มจากการถามอาการ โดยถามตัวเองว่า (หรือสังเกตพฤติกรรมของลูก) การใช้ชีวิต ทำงาน (เรียน) ได้หรือไม่ ต้องมีบรรยากาศส่งเสริมให้นอนไหมจึงจะหลับได้ การประเมินว่าง่วงมากน้อยเพียงใดจะใช้แบบสอบถามครับ นั่งเฉยๆ หลับไหม? นั่งรถติด หลับไหม? หลังกินอาหารเที่ยง หลับไหม? นอนเอนตัวเฉยๆ หลับไหม? กำลังคุยสนทนาอยู่ หลับไหม? ถ้าใช่ก็คงง่วงมาก อีกวิธีคือ ถ้าหัวถึงหมอนแล้วหลับได้เลย ก็แสดงว่าง่วงมาก (short sleep latency) แต่ถ้าหัวถึงหมอนแล้วยังไม่นอนหลับสักที ก็แสดงว่าหลับยาก ในการแพทย์ก็ใช้วิธีเดียวกันเช่นนี้ครับ คนปกติในผู้ใหญ่มักหลับได้ใน 15- 20 นาทีครับ (ค่าเฉลี่ย 18 นาที) ตอนกลางคืนภายหลังจากการทำงานตามปกติในตอนกลางวัน แต่ถ้าให้คนปกติมานอนตอนกลางวันก็จะนอนไม่หลับครับ เราเรียกวิธีนี้ว่า multiple sleep latency test หรือการทดสอบความง่วงโดยการให้งีบหลับเป็นช่วงๆ ในตอนกลางวัน ถ้าง่วงมากจะหลับได้ภายใน 5 นาที (หัวถึงหมอนก็หลับทันที) ซึ่งผิดปกติครับ ในเด็กไม่มีตัวเลขที่แน่นอนครับ ในเด็กเล็กจะใช้เวลานานกว่าผู้ใหญ่กว่าจะหลับได้ เด็กจะเริ่มเข้าวัยรุ่นก็จะใช้เวลานานกว่าวัยรุ่น

อะไรคือสาเหตุของการที่ง่วงมากผิด ปกติ

ง่วงมากผิดปกติเกิดจากสาเหตุหลักๆ 3 ปัจจัยดังกล่าวข้างต้น ซึ่งต่างก็ทำให้คุณภาพในการนอนไม่ดี (poor quality) และ/หรือได้รับการนอนไม่เพียงพอ (inadequate) ปัจจัยแรกคือ มีหนี้สะสม ไม่สามารถเคลียร์หนี้ได้จากการตื่นตลอดเวลาหรือนอนไม่พอ ปัจจัยที่สองคือ การทำงานของนาฬิกาชีวิตหรือนาฬิกาชีวภาพอยู่ในโหมดหลับ มีแรงผลักดันทำให้หลับตลอดเวลา และ ปัจจัยที่สามคือ กลไกควบคุมของสมองที่ทำให้การเปลี่ยนโหมดหลับตื่นที่ควรจะปกติกลับผิดปกติไป
สาเหตุง่วงมากผิดปกติจากปัจจัยแรก เช่น ในเด็กภาวะอดนอนในปัจจุบันเกิดง่ายมาก เด็กนอนดึกจากการดูโทรทัศน์ ดูละครทีวีกับพ่อแม่ ติดเกม แล้วก็ตื่นเช้าไปโรงเรียนแต่เช้า เนื่องจากบ้านอยู่ไกลหรือรถติด เด็กจะง่วงแน่นอน หลับแล้วต้องตื่นบ่อยจากภาวะหยุดหายใจขณะหลับ นอนกรน (ดูรายละเอียดเรื่องนอนกรนครับ) ซึ่งเป็นสาเหตุที่ทำให้การหลับทำได้ไม่สนิทตอนกลางคืน การนอนไม่สามารถเข้าระยะหลับลึกได้ ผู้ใหญ่ที่มีภาวะนอนกรนและหยุดหายใจ แม่ที่เริ่มตั้งครรภ์ใหม่ 3 เดือนแรกจะนอนหลับไม่พอครับ จะง่วงมากผิดปกติจากการอดนอน แต่ต่อมาจะเริ่มปรับตัวได้ใน 3 เดือนต่อมา แล้วการนอนก็จะแย่ลงไปอีกในระยะก่อนคลอดหรือช่วงท้ายของการตั้งครรภ์ เนื่องจากขนาดของท้องที่ใหญ่มากและการบวมน้ำทำให้นอนมีปัญหา ถ้าแม่มีอาการนอนกรน หยุดหายใจในขณะหลับ อาการก็จะแย่ลงมากขึ้น ภายหลังคลอดแม่ส่วนใหญ่ภาวะนอนกรนจะดีขึ้น เนื่องจากยุบบวม แต่การอดนอนของคุณแม่หลังคลอดก็จะแย่ลงเหมือนเดิม เนื่องจากต้องอยู่ในภาวะให้นมลูกหลังคลอด และการนอนหลับร่วมเตียงเดียวกับลูก

สาเหตุง่วงมากผิดปกติจากปัจจัยสอง เช่น ภาวะ jet lag ครับ เวลาเดินทางไปต่างประเทศ ที่นิวยอร์กเที่ยงวัน แต่บ้านเราเที่ยงคืน เราก็ง่วงแน่นอน คนที่ทำงานเป็นกะ (shift work) หรือคนทำงานกลางคืน (night shift) ดังกล่าวข้างต้นเช่นกัน นาฬิกาชีวิตยู่ในโหมดหลับ แต่จำเป็นต้องตื่นเพราะภาระงาน แรงหลับมีมากแต่ก็ต้องตื่น เข้านอนและตื่นนอนไม่เป็นเวลา คนเหล่านี้ถ้าไม่ดูแลตัวเองให้ดี นอกเหนือจากนอนไม่พอง่วงมากแล้ว ต่อมาก็จะนอนไม่หลับครับ ต้องใช้ยานอนหลับ ปัญหาก็ยุ่งมากขึ้นไปอีก เพราะต้องกินยานอนหลับ อีกภาวะหนึ่งที่อยากกล่าวคือ โรคนาฬิกาชีวภาพเดินช้า (delay sleep phase syndrome) เกิดในเด็กวัยรุ่นครับ จะนอนดึกมาก เช่น ตี 2 แต่ตื่น 10 โมงเช้า คือนาฬิกาชีวิตเดินช้าไป 4 ชั่วโมง คนปกติอาจนอน 4 ทุ่ม แล้วตื่น 6 โมงเช้า สภาวะนี้คล้ายกับสภาวะ Jet lag ที่เราเดินทางไปทิศตะวันออก เช่น ญี่ปุ่น นาฬิกาชีวิตของเราจะช้ากว่าเวลาจริงท้องถิ่น ถ้าตื่นตอน 6 โมงเช้าที่ญี่ปุ่น แต่นาฬิกาชีวิตของเราบอกว่าแค่ตี 4 เราจึงมีอาการง่วงนอน
สาเหตุสุดท้าย เกิดจากความผิดปกติของระบบประสาทที่ทำให้กลไกควบคุมผิดปกติ เช่น คนไข้ที่เคยได้รับอุบัติเหตุทางสมอง โรคหลอดเลือดสมอง เนื้องอกสมอง จะนอนมากกว่าปกติ นอกจากนี้ในทางการแพทย์มีโรคที่มีอาการง่วงมากผิดปกติอยู่ เช่น โรคลมหลับ (Nacrolepsy อ่านว่า นา-โค-เลพ-ซี่) และ Kleine-Levin syndrome (อ่านว่า คลายน-ลา-วิน)

โรคลมหลับ (Narcolepsy) เป็นโรคที่แปลกมากๆ พบได้บ่อยมากตามทฤษฎี แต่บ้านเราไม่ค่อยรู้จัก โดยแพทย์แต่ละท่าน เชื่อว่าผู้ป่วยจะมีจำนวนมาก แต่ไม่ได้รับการวินิจฉัยที่ถูกต้อง โรคพบได้ตั้งแต่เด็กครับ สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด แต่น่าจะเป็นโรคที่เกิดจากภูมิคุ้มกันทำลายตนเอง จะเริ่มเป็นภายหลังตั้งแต่เด็กวัยเรียนชั้นประถม หรือวัยรุ่น เด็กจะง่วงมากผิดปกติในตอนกลางวัน และหลับบ่อยมาก พอหลับก็ฝันทันที (early onset REM) เด็กง่วงมาก ทำให้เด็กหงุดหงิดง่าย อารมณ์แปรปวน การเรียนแย่ลง อาจถูกพ่อแม่หรือครูบอกว่าเด็กขี้เกียจ มีปัญหาเรื่องการเรียน แต่เด็กกลุ่มนี้แม้ว่าง่วงมากตอนกลางวัน แต่พอให้นอนจริงตอนกลางคืน กลับนอนได้ไม่สนิท และกลับตื่นบ่อยมาก มีแขนขากระตุกขยับตลอดเวลา การนอนไม่ต่อเนื่องทำให้อดนอน นอกจากนี้ปัญหาอื่นๆ อีกสองประการที่สำคัญคือ จะมีประสาทหลอน (hallucination) ตอนเริ่มเข้านอนใหม่ๆ หรือตื่นนอนใหม่ๆ และถ้ามีอารมณ์ที่รุนแรง แปรปรวน เช่น ดีใจมากๆ ตกใจมากๆ ก็จะทำให้เด็กหมดเรี่ยวแรง อ่อนแรงแบบกระทันหัน (cataplexy) กล้ามเนื้อจะไม่มีแรงทันที เกิดจากเด็กฝันในเวลาตื่นครับ สมองของเด็กกลุ่มนี้จะผิดปกติครับ เซลล์ประสาทที่สร้างสารเคมีชื่อ hypocretin หรือ orexin จะตายไป ทำให้กลไกควบคุมหลับตื่นผิดปกติ จะมีลักษณะเปิดปิดกลับไปกลับมาได้ง่าย (flip-flop) คนปกติเมื่อตื่นก็ควรตื่น เมื่อหลับก็ควรหลับ แต่คนที่เป็นโรคนี้จะมีความฝันโผล่เข้ามาในขณะตื่นได้ง่าย คือ มี flip flop (ตรงข้ามกับภาวะนอนละเมอ ที่เคยเล่าในฉบับก่อนหน้า ที่ภาวะตื่นแทรกเข้ามาในขณะหลับ)

อีกโรคคือ Kleine-Levin syndrome ซึ่งพบน้อยมาก แต่ก็เจอได้ เป็นโรคของวัยรุ่นครับ จะนอนมากกว่าปกติมากๆ เช่น นอนติดต่อกันรวดเดียว 20 ชั่วโมงเลย อาการจะค่อยเป็นค่อยไป นอกจากนั้นนอนมากผิดปกติ กินจุมากผิดปกติในเวลาตื่นนอน ความผิดปกติจะเกิดขึ้นเป็นระยะๆ ไม่ต่อเนื่อง ในช่วงที่เกิดอาการจะกินจุ และน้ำหนักตัวจะเพิ่มขึ้นมากหลังกินอาหาร ลักษณะที่สามคือ มีความต้องการทางเพศสูงมาก และมีจินตนาการทางเพศสูงมาก

ง่วงนอนมากผิดปกติต้องพบแพทย์

ในคนที่ง่วงนอนมากผิดปกติ ต้องพบแพทย์แน่นอน ต้องหาสาเหตุ การซักประวัติ การตรวจร่างกายตามปกติอาจไม่เพียงพอ หลีกเลี่ยงไม่ได้ที่คนที่มีอาการจะต้องนอนโรงพยาบาลครับ การรักษาจะเฉพาะเจาะจงในแต่ละโรคแตกต่างเกินไป เช่น ถ้าหยุดหายใจขณะหลับนอนกรน อาจต้องผ่าตัดหรือใช้อุปกรณ์เครื่องพ่นอากาศขณะนอนหลับ รายที่ไม่ทราบหรือพบสาเหตุอาจใช้ยากลุ่มเดียวกับยารักษาโรคสมาธิสั้นก็ได้ ครับ ในคนที่ง่วงนอนมาก ไม่ใช่ความเกียจคร้าน แต่เป็นความผิดปกติครับ

ขอขอบคุณข้อมูลจาก

About MeesaLuk

Just a ordinary lady who still keep finding herself and her identity to prove that she still be here ...in this world with LOVE.

Discussion

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: