//
you're reading...
ความเป็นไทย ที่คนไทยควรรู้ Thailand Only

ธนญชัย ผู้กำกับหนังโฆษณาที่ได้รางวัลมากที่สุดในโลกที่คนไทยไม่เคยรู้ (ตอนที่3 ตอนจบ)

A Day :อะไรทำให้คุณศรัทธาในความดี
ธรญชัย : ตอนเด็กๆผมเคยตั้งคำถามกับความดี แม่บอกว่าทำความดีมันทำยาก แต่ก็ต้องทำ บ้านผมไม่ได้ถึงกับจน แต่ก็ไม่รวย พ่อเป็นข้าราชการที่ไม่โกง มีลูก 4 คน ได้กินแต่น้ำพริกกับผัก ลูกข้าราชการคนอื่นขับรถไปโรงเรียนกัน แค่พวกเราขี่จักรยาน เงินก็ไม่ค่อยมี วันนั้นผมไม่เข้าใจว่าทำไมต้องเป็นคนดี แต่วันนี้ผมรู้แล้ว มันทำให้เรากล้าพูดถึงอดีตของเรา มันทำให้เราภูมิใจในสิ่งที่เราทำ แม่ผมบอกว่า มันทำให้เรามั่นใจว่าถ้าเราทำดีก็ไม่ต้องกลัวอะไร

A Day :ชีวิตช่วงที่คุณเริ่มมีเงินใหม่ๆ คุณใช้จ่ายไปกับอะไรเยอะที่สุด
ธรญชัย : ผมผ่านชีวิตช่วงที่ไม่มีเงินมาก่อน นั่งรถเมล์ ทั้งเนื้อทั้งตัวมีเงินอยู่ 8 บาท ซื้อปลากระป๋องมากระป๋องนึงแบ่งกันกินกับพี่ชาย วันนั้นคิดว่าถ้ามีเงินมากกว่านี้คงจะดี ผมอยากมีชีวิตที่สบาย แต่ทุกครั้งที่สบายผมดันชอบกลับไปนึกถึงตอนที่ลำบาก เอ ตอนนั้นมันมันส์ดีนะ ได้ทำโน่นทำนี่เองหมดเลย ที่บ้านผม พ่อกับแม่ไม่ค่อยซื้ออะไรให้ลูก ยกเว้นหนังสือ พ่อแม่ผมสอนว่า ความรู้สำคัญกว่าเงิน ตอนนั้นผมซื้อหนังสือเยอะมาก อ่านพวกหนักๆ ประวัติศาสตร์ การเมือง ศาสนะ ศิลปะ เศรษฐศาสตร์ การตลาด การลงทุน จิตวิทยา ปรัชญา ศาสนา ศิลปะ สถาปัตยกรรม และอื่นๆ จนถึงทุกวันนี้ผมหมดเงินไปกับหนังสือรวมๆกันเป็นล้าน พอผมอ่านเยอะผมก็รู้มากขึ้น พอรู้มากขึ้นผมก็เก่งขึ้น ทำงานดีขึ้น พองานดี คนก็เอางานมาให้ผมทำมากขึ้น ผมก็เลยมีตังค์มากขึ้น ลืมตาอีกที ฉิบหายกูรวยขึ้นนี่หว่า ผมก็เอาเงินมาซื้อที่ดิน ผมซื้อมันด้วยเหตุผลหลายข้อ หนึ่ง การลงทุน สอง เพราะผมชอบต้นไม้ ผมชอบธรรมชาติ สาม เพื่อความอยู่รอด เพราะเมื่อประชากรเยอะขึ้น โลกร้อนมากขึ้น การเติบโตของไบโอดีเซล สนามกอล์ฟโง่ๆ ทำให้พี้นที่ผลิต อาหารลดลง พี้นที่ที่จะทำให้มนุษย์มีชีวิตอยู่ได้เหลือน้อยเต็มที ผมพบว่าทุกอย่างงอกจากดิน อาหารของมนุษย์งอกจากดิน ถ้าไม่มีสิ่งเหล่านี้ เราก็อยู่ไม่ได้
ผมซื้อที่ดินครั้งแรกตอนอายุ 27 ด้วยเหตุผลนึง แต่พอตอนผมอายุ 33 ผมก็ซื้อที่ดินด้วยเหตุผลนึง ผมต้องการที่ดินเพื่อไปทำอะไรบางอย่างที่ตั้งใจไว้ ก็คือโปรเจกต์ปลูกป่าที่เชียงใหม่

A Day :อะไรทำให้คุณสนใจเรื่องต้นไม้ใบหญ้า
ธรญชัย : มันเริ่มจากผมมีพ่อเป็นนายอำเภอ ต้องตามพ่อไปดูชาวไร่ชาวนาขึ้นเขาลงห้วย เดินข้ามเขาเป็นลูกๆ พ่อผมเป็นคนรักธรรมชาติ มันเลยปลูกฝังผมตั้งแต่เด็ก แต่พอมาทำงานด้านดีไซนื ด้านโฆษณา มันก็ชักจะห่างจากสิ่งที่ผมเป็น แต่ความรักยังอยู่

A Day :บ้านใหม่ที่คุณกำลังสร้างอยู่บนแนวคิดที่เคารพธรรมชาติมาก
ธรญชัย : เวลาจะสร้างบ้าน ส่วนใหญ่สถาปนิกจะคิดถึงบ้านก่อนว่า บ้านหน้าตาจะเป็นยังไง พอได้หน้าตาบ้านแล้ว ก็ค่อยไปดูพื้นที่ ต้นไม้ไหนขวาง แม่งสั่งตัดต้นไม้ก่อนเลย เพระคุณมีภาพในหัวไว้แล้วว่า คุณต้องการบ้านแบบนี้โดยไม่เคยถามดินตรงนั้น ไม่เคยถามต้นไม้ตรงนั้นว่าพวกมันอยากได้อะไร เราควรเดินคุกเข่าย่อตัวลงไปศึกษาพื้นดินแห่งนั้นอย่างเคารพ ว่าอะไรคือสิ่งที่ดีที่สุดกับพื้นดินแห่งนี้ เพื่อที่เราจะขอเข้าไปอยู่กับเขา ถ้าเราจะทำบ้าน เราก็ต้องทำความเข้าใจกับพี้นที่ก่อน สถาปัตยกรรมก็เหมือนอาหาร อาหารที่มีคุณค่าสูงสุดคืออาหารที่ถูกปรุงแต่งน้อยที่สุด งานสถาปัตยกรรมที่มีคุณค่าสูงสุดก็คืองานที่ปรุงแต่งให้น้อยที่สุด เข้าใจบริบทของพี้นที่ให้มากที่สุด

A Day :คุณว่าบ้านคืออะไร
ธรญชัย : คือสถานที่ที่เราใช้อยู่อาศัย แล้วก็ทำให้มีความสุข การจะมีความสุขได้ต้องไม่ปวดหัว ถ้ามีสวนฝรั่งเศสเนี้ยบๆให้คอยดูแล อันนี้ปวดหัว มีสนามหญ้า ต้องฉีดยาฆ่าแมลง ต้องคอยรดน้ำ ต้องเสียค่าหญ้า ค่าคนสวน ค่าคนดูแล ค่าเครื่องตัดหญ้า หรือบ้านที่มีห้องเยอะก็ปวดหัว ห้องรับแขก indoor ห้องรับแขก outdoor ห้องน้ำสำหรับห้องรับแขก ห้องหนังสือ ห้องโฮมเธียเตอร์ ห้องดนตรี ห้องฟิตเนส ห้องสำหรับวางโต๊ะสนุกเกอร์ ห้องกินข้าวเล็ก ห้องกินข้าวใหญ่สำหรับแขกพิเศษ ห้องครัวฝรั่ง ห้องครัวไทย ห้องนอนพ่อกับแม่ ห้องนอนแม่ของพ่อ ห้องนอนลูกชายคนที่หนึ่ง ห้องนอนลูกชายคนที่สอง ห้องนอนแขก ห้องนอนคนใช้ ห้องน้ำของห้องนอนพ่อกับแม่ ห้องน้ำของห้องนอนแม่ของพ่อ ห้องน้ำของห้องนอนลูกชายคนที่หนึ่ง ห้องน้ำของห้องนอนลูกชายคนที่สอง ห้องน้ำของห้องนอนแขก และห้องน้ำของห้องนอนคนใช้ ยิ่งห้องเยอะ ยิ่งต้องมีคนรับใช้เยอะ พอคนรับใช้เยอะขึ้น ก็ต้องต้องทำห้องให้คนใช้อีก บ้านก็ต้องใหญ่ขึ้น พอบ้านใหญ่ขึ้นก็ต้องดูแลมากขึ้น เสียเงินมากขึ้น ปวดหัวมากขึ้น หลายคนคิดว่าคนรวยๆจะสบาย แต่ผมว่าน่าสงสาร ที่ตลกก็คือพอบ้านคุณใหญ่ขึ้นกลับทำให้คุณอึดอัด เพราะห้องนอนคุณเยอะเลยได้แต่ละห้องที่เล็กลง ผมว่าบ้านที่น่าอยู่ คือบ้านที่เก็บของมีค่าไว้น้อยที่สุด มีห้องน้อยที่สุด คุณจะไม่กลัวขโมย มึงเข้ามาเลย บ้านกูมีแต่หนังสือ มึงขโมยไปเลยหนังสือ เอาไปอ่าน สนามหญ้าไม่ต้องมี ปล่อยให้เป็นป่า เพื่อนฝูง ลูกเด็กเล็กแดงมา ก็ให้มันมานั่งดูแมลง ดูกิ้งกือ ไส้เดือนไป ใบไม้ตกลงพื้น ก็ปล่อยให้มันเน่า ปล่อยให้ไส้เดือนเป็นคนสวน ไม่ต้องไปคอยกวาด ดูแลนิดหน่อย ปล่อยธรรมชาติให้เค้าจัดการกันเองบ้าง ตอนนั้นความสวยงามที่แท้จริงก็จะเกิดขึ้น เสาร์อาทิตย์ก็ไม่ต้องไปป่าไปเขาให้มันเปลืองเงิน อยู่บ้านเราเอง ในป่าของเราเอง

A Day :บ้านใหม่ของคุณอยู่แถวไหน
ธรญชัย : ในหมู่บ้านธารารมย์ แถวรามคำแหง กว้าง 350 ตารางวา มีจามจุรี 9 ต้น อันนี้แหล่ะที่ดูดให้ผมซื้อ อาจารย์จุรพล นันทพานิช (คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มช.) บอกว่าที่ผืนนี้ไม่มีใครรุกล้ำมาเกือบ 50 ปี เป็นที่ดินเก่าที่ไม่มีใครมาจัดการ มีเฟิรน์ขึ้นน่ะ มีความหลากหลายมากในพื้นที่ 1 ตารางฟุต มันสุดมาก เชื่อไหม พอเห็นแบบนี้ มาฝรั่งเศสแล้วผมไม่ชอบสวนฝรั่งเศสเลยนะ ผมว่ามันไม่สวย มองไปก็เห็นสิ่งที่มนุษย์เข้าไปจัดการ ทุกอย่างเป็นระเบียบ อยู่ในความควบคุม อยู่ในสายตาของมนุษย์ ไม่เห็นสิ่งมีชีวิตที่ขับเคลื่อนได้ด้วยตัวเอง ไม่มีการพึ่งพาอาศัยกัน ไม่มีความหลากหลายเห็นแต่การกำหนดว่ากูจะตั้งต้นไม้ตรงนี้เป็นแนวนี้ จะตัดตรงนี้ให้ตรง มันไม่มีชีวิต แต่ป่ามีชีวิต ทุกตารางนิ้วทุกกำหนดมาด้วยแสง ด้วยลม เขาจัดระเบียบเขาเอง มันมหัศจรรย์มาก

A Day :คุณได้เรียนรู้อะไรจากการสร้างบ้านหลังนี้
ธรญชัย : สถาปนิกคนที่ทำบ้านหลังนี้ชื่อคุณเอกและคุณพร เป็นแฟนกัน เป็นคนน่ารักมาก ไม่มีอีโก้ ไม่คุยโอ้ ขยันมากและความคิดเยอะมาก คุณเอก คุณพร และผม คุยกันเยอะมาก เนื้อหาที่เราคุยกันว่าทำอย่างไรให้บ้านถูกที่สุด ถูกใจที่สุด ดีที่สุด ดูแลน้อยที่สุด อยู่สบายที่สุด และสวยที่สุดในความคิดของเรา สุดท้ายก็ได้ข้อสรุปว่า รูปร่างหน้าตาบ้านควรจะกลืนไปกับพื้นที่ ไปกับต้นไม้ พูดง่ายๆก็เหมือนมีบ้านแต่มองไม่เห็น เห็นแต่ต้นไม้ คุณเอกบอกว่า ทำบ้านกับพี่ผมเขียนหนังสือได้เล่มนึงเลย ผมตั้งคำถามว่า เราเกิดมาพร้อมกับความเชื่อที่ว่า มนุษย์เป็นผู้กำหนดทุกสิ่ง เป็นผู้กระทำ เป็นผู้มีอำนาจ เวลาผ่านไปนับร้อยนับพันปี มนุษย์ก็ยังเป็นสิ่งมีชีวิตที่โง่เขลา ไม่เคยฟังเสียงธรรมชาติ มนุษย์ต้องการดำรงสถานภาพแห่งตัวตนอยู่ตลอดเวลา สีทาบ้านต้องเป็นสีที่รักษาพื้นผิวอย่างดี แผ่นไม้ต้องทาเคลือบให้ดำรงอยู่จนลืมไปว่า ถ้าซูมเข้าไปในโมเลกุลไม้มันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทันที่คุณทาเสร็จ มันก็เริ่มเสื่อมแล้ว ทุกอย่างมีความเสื่อม แต่มนุษย์พยายามแอนตี้ความเสื่อมตลอดเวลา ทั้งๆที่รู้ว่าทำไม่ได้ แล้วไงล่ะ คุณอยากได้บ้านสวยตลอด แต่ทำไมเวลาไปเที่ยวถึงไปน้ำตก ไปทะเล ไปป่าล่ะ เพราะลึกๆคุณคือส่วนหนึ่งของธรรมชาติ แล้วธรรมชาติคืออะไร คือการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา คุณต้องยอมรับมัน มันคือสัจธรรม ผมก็เลยทำบ้านด้วยการเอาความเสื่อมเป็นความงามไปเลย โบกปูนก็โบกมันให้หยาบๆ ผนังถ้ามันต้องเปลี่ยนแปลง ก็เอาโยเกิรต์ราดให้ตะไคร่ขึ้น ราขึ้น ทำให้เขาอยู่อย่างมีความสุขไปเลย ผนังบ้านผมก็จะเป็นผนังที่เปลี่ยนแปลงทุกวินาที โดยเชื้อเชิญเลยว่า คุณครับขึ้นมาบนผนังบ้านผมเลยครับ ไม้ก็ไม่ต้องไปทาเคลือบอะไร ถ้ามันเสื่อมมันผุก็สวยดี จะสกปรกก็เรื่องของมัน มีตะขาบ หนอน ไส้เดือนก็อยู่ร่วมกันไป สนุกดีออกมีการเปลี่ยนแปลงทุกวัน ถ้าต้องอยู่ในบ้านที่โมเดริน์ แล้วมีสนามหญ้าเรียบๆ ตื่นมาก็เหมือนเดิมทุกวัน ตายดีกว่า
เป็นสถาปัตยกรรมที่สนุกมาก เป็นสถาปัตยกรรมที่แอนตี้สถาปัตยกรรมอีกที เป็นบ้านที่แทบไม่ได้ทำอะไรเลย ไม่มีสนามหญ้า ปล่อยรกเป็นป่าเลย แล้วทำสะพานเชื่อมไปที่ตัวบ้าน อาจารย์จุลพรบอกว่า ไม่ต้องไปทำอะไรเลย แค่เอาสิ่งที่มนุษย์สร้างอย่างเศษอิฐ เศษปูน เศษพลาสติกออกก็พอ ที่เหลือธรรมชาติจะจัดการเอง โอ้โห นี่มันคือสุดยอด พอไม่ต้องจัดการ ก็ประหยัดต้นทุนได้เยอะมาก แล้วก็งาม เป็นความงามที่มนุษย์สร้างไม่ได้ ในยุคนี้ผมเห็นแต่สิ่งที่มนุษย์สร้างอยู่รอบตัว มันน่าเบื่อจะตาย ปั๊มปึ้งๆๆ รู้อยู่แล้วว่าเดี๋ยวออกจากรางมามันก็เหมือนกัน โรเล็กซ์มึง โรเล็กซ์กู ก็เหมือนกัน แต่ผมอยากเห็นธรรมชาติที่พระเจ้าสร้างตรงหน้าผม เช่น ป่า ผมอยากดูว่ามันเติบโตขึ้นมายังไง ผมไม่อยากได้เฟอร์รารี่หรือโรเล็กซ์อยู่ในบ้านผม แต่ผมอยากเห็นต้นไม้ว่ามันมีชีวิตยังไง มีสัตว์มาอยู่ในที่ของผม ต้นไม้ทุกต้น สัตว์ทุกตัวไม่เคยเหมือนกันนะ ขนาดฝาแฝดยังไม่เหมือนกัน นี่คือความมหัศจรรย์
การทำบ้านก็คือการค้นหาตัวเองว่าจริงๆแล้วตัวเราเป็นยังไง ต้องการอะไร และอยากใช้ชีวิตอย่างไง ผมพบว่า ทุกอย่างมันเสื่อม ชีวิตผมไม่มีอะไรอยู่แล้ว วันนึงก็ต้องตาย เลยถามตัวเองว่า เราเป็นคนยังไง ก็เป็นคนไม่มีอะไร ตื่นมาก็ไปทำงาน มีกาแฟแก้วนึงก็ทำโน่นทำนี่ไป พอหิวก็กินข้าว ผมอยากมีสวนครัว จะได้เดินไปเด็ดผักมาผัดกิน กินเสร็จก็นั่งเล่น แล้วก็กลับไปทำงานต่อ สิ่งที่เกิดขึ้นคือ ห้องนั่งเล่นของผมไม่มีทีวี ใครเอาปืนมาจ่อหัว แล้วบอกว่า ถ้าคุณทำบ้าน บ้านคุณจะต้องมีโซฟา มีทีวี(ทำเสียงเป็นสถาปนิก) เอาละครับคุณธีรชัย เดี๋ยวผมจะออกแบบ อันนี้เป็นห้องนั่งเล่น ทีวีตั้งตรงนี้ เจ้าของบ้านก็พยักหน้าหงึกๆแบบ เออ ห้องนั่งเล่นต้องมีทีวี แล้วคุณไม่ถามตัวเองบ้างเหรอว่าคุณดูทีวีมากน้อยในแต่ละวัน ผมสังเกตว่า เวลาใครมาหาผมที่บ้าน ที่ดีที่สุดคือนั่งคุยกันนอกบ้าน กินไวน์กัน ผมไม่เคยเห็นเพื่อนๆที่มาบ้านผม จะนั่งดูทีวีกับผมเลย คิดไปคิดมา ผมว่าทีวีนี่แหละตัวปัญหา และรายการบางรายการในทีวีก็เป็นตัวปัญหา เชื่อไหม ผมเลิกดูทีวีมา2ปีแล้ว ถ้าดูก็ดูแต่ดีวีดี สิ่งมหัศจรรย์ก็คือ เวลาผมเหลือเยอะมาก เพราะฉะนั้นบ้านใหม่ที่ผมกำลังจะทำ ผมจะทำให้มันด้อยค่าลงไป มันจะอยู่ในมุม มุมนึงของห้องนอนเท่านั้น บางทีถ้าเราอยากดูดีวีดีงานก็ดู พอบ้านไม่มีห้องนั่งเล่นก็เบาขึ้นเยอะ ห้องน้อยลง การดูแลรักษาน้อยลง ชีวิตก็ง่ายขึ้น เมื่อจัดการน้อยลง ก็มีเวลามากขึ้น นั่นหมายความว่า เราจะมีเวลามากหรือไม่มากขึ้นอยู่กับตัวเรา เราเป็นคนกำหนดเอง ผมคำนวณหมด แม้แต่การคุยกับแม่บ้านบอกว่าใหไปช่วยเช็ดตรงนี้หน่อย เพราะห้องมันเยอะ อันนี้มันต้องเสียเวลา ผมก็เสียเวลา แม่บ้านก็เสียเวลา เอาออกให้หมด ให้เหลือน้อยที่สุด พอไม่มี เราก็มีเวลาไปคิดเรื่องอื่น ถ้าบอกว่าเวลาไปสิ่งมีค่า ทำไมเราถึงใช้เวลาไปทำสิ่งที่ไม่มีค่า เสียเวลา สิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตของผมคือเวลา ไม่ใช่เงิน เงินเสียไปยังเอาคืนมาได้ แต่เวลาที่เสียไปแล้วเอาคืนไม่ได้ เลยต้องใช้อย่างคุ้มค่าให้มาก ไม่ใช่คุณมีตังค์แล้วต้องทำห้องเยอะๆ ไม่มีใครบอกให้คุณทำแบบนั้น คุณทำเยอะเองคุณก็เหนื่อยเอง ถ้าคุณรวย คุณก็มีชีวิตอยู่แบบเรียบๆก็ได้นี่ แล้วก็เอาเงินไปทำอย่างอื่นที่มีประโยชน์ ไปทำป่าทำเขาดีกว่า

A Day :ตอนนี้คุณกำลังสนุกกับการซื้อที่ปลูกป่าอยู่ที่เชียงใหม่ ด้วยเงินทั้งหมดที่คุณมี ถ้าคุณไม่เอาไปปลูกป่า เงินจำนวนนี้สามารถซื้ออะไรได้บ้าง
ธรญชัย : (หยิบเครื่องคิดเลขมากด) ผมสามารถซื้อรถซุปเปอร์คาร์ระดับท๊อปของโลกได้ 40 คัน

A Day :อะไรทำให้คุณอยากเอาเงินจำนวนนี้มาปลูกป่า
ธรญชัย : เริ่มจากผมไปบ้านคุณสาธิต กาลวันตวิช (ผู้บริหารบริษัทฟีโนมีน่า)เป็นบ้านริมน้ำจังหวัดลำพูน เป็นบ้านไทลื้อ ออกแบบโดยคุณจุลพรและคุณสาธิต เป็นบ้านไทยที่สวยมาก น่าอยู่ ทุกครั้งที่หยุดตอนปีใหม่ ผมจะไปที่บ้านหลังนี้ทุกๆปี วันๆไม่ทำอะไร นั่งคุยนอนคุยกับคุณสาธิต คุยกับคุณจุลพร สองคนนี้เป็นแรงบันดาลใจของผม ทั้งความคิด ความรู้และทัศนคติ บ้านหลังนี้มีต้นไม้เยอะมาก ผมไปทุกปี ผมสังเกตเห็นว่าต้นไม้มันโตเร็วมาก เพราะผมเห็นมันตั้งแต่ต้นเล็กๆ เป็นต้นไม้ที่ปลูกจากเมล็ด คุณเชื่อไหมแค่ 4ปีต้นมันสูงทะลุขึ้นไปเป็นสิบเมตร ในปีนั้นที่ผมเห็น ผมก็มานั่งคิดว่า เอ๊ะ ถ้ากูปลูกเยอะๆมันก็กลายเป็นป่าเลยสิวะ คุณจุลพรก็บอกว่า ทำป่า ไม่ยาก ง่าย ทำเลย ตอนแรกๆทำไปก่อน 17 ไร่ คุณจุลพรเป็นคนคิดและจัดการทั้งหมด พอแกเริ่มปลูก ไอ้มนุษย์หน้าโง่อย่างผม ก็เริ่มฉลาดขึ้น เริ่มเข้าสู่กระบวนการเรียนรู้ จากนั้นอีกปีหนึ่งที่ดินแปลงข้างๆก็ประกาศขาย เป็นที่ดินติดแบงค์ เป็นที่ดินของโครงการหมู่บ้านจัดสรรขายทั้งโครงการ ผมก็ตัดสินใจซื้อ กลับมากรุงเทพฯ ผมก็ทำงานหนักมาก เพื่อหาเงินไปซื้อที่ดินแปลงนั้น
2ปีถัดมา คุณจุลพรก็ชวนผมกับคุณสาธิตไปเดินป่าด้วยกัน ที่นั่นการสลายตัวตนก็เริ่มเกิด ในป่าไม่มีอะไรเลย ห้องน้ำไม่มี วิทยุก็ไม่มี ไม่มีห่าอะไรสักอย่าง ผมกางเต็นท์ใช้เวลาเกือบ 15 นาที ลูกหาบเผ่ามูเซอใช้เวลาแค่ 5 นาที มีมีดเล่มเดียว ฟันต้นกล้วย ฉุบฉับๆเสร็จออกมาเป็นเพิงเล็กๆ จากการที่ต้องช่วยเหลือตัวเองในป่า ผมพบว่า ผมฉลาดขึ้น เพราะความไม่มี เราเลยต้องใช้สมองมากขึ้น ที่ตลกกว่านั้นคือ ในป่านั้นนอนสบายมาก เราใช้เวลาก่อนนอนคุยกัน เช้ามา ผมปวดขี้ ผมต้องไปขี้ใต้ต้นไม้ เชื่อไหมว่าเป็นการขี้ที่ดีที่สุดในชีวิตของผม เราเริ่มคุยกัน เริ่มตั้งคำถามเกี่ยวกับการขี้ การขี้ครั้งนี้ของผม ผมพบว่า ผมไม่ต้องขี้ในห้องน้ำ เมื่อไม่มีห้องน้ำ ก็ไม่ต้องมีเซรามิก ไม่ต้องระเบิดภูเขาเพื่อมาทำเซรามิก ไม่ต้องมีที่ฉีดตูด ไม่ต้องสร้างโรงงานถลุงเหล็ก เพราะไม่มีก๊อกน้ำ ไม่ต้องสร้างโรงงานพลาสติก เพราะมันไม่มีลูกลอย ไม่ต้องมีถังเก็บขี้ เป็นการขี้ที่คลาสสิกที่สุด ใช้แค่ทิชชู่ ที่ตลกกว่านั้น ขี้ของผมไม่ต้องไปอยู่ในถังเก็บขี้ แต่ขี้ของผมมันลงไปหาต้นไม้เลยกลายเป็นปุ๋ย
ผมพบอะไรมากมายจากการเดินป่าครั้งนั้น พบว่าจริงๆแล้ว มนุษย์ไม่ได้ต้องการอะไรมาก ต้องการอากาศที่บริสุทธิ์ น้ำที่สะอาด อาหารที่ไม่มีสารพิษ เพราะฉะนั้นป่าต่างหากที่สำคัญ ปัญญาของคนต่างหากที่สำคัญ ผมเลยคิดว่า ก่อนตายถ้าผมทำให้คนรู้สึกแบบเดียวกันกับที่ผมรู้สึก ประเทศน่าจะดีขึ้นได้ เพราะคนที่มีปัญญาคนนึงก็สร้างแรงบันดาลใจให้คนเป็นร้อย เป็นพัน เป็นหมื่น ถ้าเรามีคนสติปัญญาดีๆ ที่น่ารักสักร้อยคน โอ้โห ประเทศเปลี่ยนเลยนะ แล้วปัญญามาจากไหน ก็มาจากธรรมะ ธรรมะมาจากไหน ก็จากธรรมชาติ ผมไม่เคยเห็นคนทำธุรกิจปลูกต้นไม้ขายมีข่าวในหน้าหนังสือพิมท์ยิงกันดับคาซ่อง คนที่อยู่ใกล้ชิดธรรมชาติจิตใจจะดี เหมือนชาวบ้านแต่ก่อนที่มีที่นาเป็นของตัวเอง เป็นภาพที่ดีงาม ความสวยงามมันเกิดจากธรรมชาติ การให้คนกลับไปตรงนั้นน่าจะเป็นทิศทางที่ถูกต้อง
คิดแบบนี้มานานแค่ไหนแล้ว
ตั้งแต่ผมอายุ 30 เริ่มทำจริงจังตอนอายุ 38 เมื่อ 5 ปีก่อน ไม่ใช่สิ ต้องนับว่า 6 ปี เพราะใช้เวลาปีนึงเต็มๆ ในการเตรียมเงิน เตรียมอะไรหลายๆอย่าง

A Day :คุณจริงจังกับมันมาก
ธรญชัย : ผมทุ่มทุกอย่าง ทำงานหนักมาก ปีนั้นปีเดียว ผมทำหนังโฆษณาไป 114 เรื่อง เพราะต้องการเห็นสิ่งนี้สิ่งเดียวเลย

A Day :ป่าของคุณใหญ่ไหม
ธรญชัย : ตอนนี้มีอยู่ประมาณ 85 ไร่ เลียบแม่น้ำปิง ยาวประมาณ 1 กิโลเมตร ที่อำเภอแม่แตง เชียงใหม่ ตรงนี้เป็นที่ที่ดีมาก เดินเป็นของหมู่บ้านจัดสรร ถ้าผมมีที่ดินติดแม่น้ำยาวประมาณกิโลนึง สิ่งที่ง่ายที่สุดคือไม่ต้องทำอะไรเลย แบ่งเป็นแปลงแล้วขาย แค่นั้นผมก็น่าจะได้เงินประมาณพันล้าน แต่ผมทำในสิ่งที่โง่ที่สุดในสายตาของมนุษย์ทั่วไป คือ ผมปลูกป่า เพราะผมอยากเห็นพื้นที่ป่าริมแม่น้ำปิงกลับคืนมาเหมือนเมื่อ 50 ปีก่อน

A Day :ที่ตรงนี้เคยเป็นป่ามาก่อน
ธรญชัย : ทุกที่ในโลกเคยเป็นป่ามาก่อน

A Day :ความฝันของคุณวันนี้คืออะไร
ธรญชัย : ผมเป็นแค่ผู้กำกับตัวเล็กๆ คนหนึ่งบนโลกใบนี้ ที่ฝันอยากเปลี่ยนประเทศของผม เพราะมันยังไม่ดีพอสำหรับผม ผมอยากเปลี่ยนด้วยการทำสิ่งเล็กๆเช่น ปลูกป่า อีก10ปีข้างหน้า ทั่วโลกจะประสบปัญหาเรื่องขาดอาหาร ระบบทุนนิยมจะพัง ปัญหาสิ่งแวดล้อมจะทำให้เรามีพื้นที่ผลิตอาหารน้อยลง อาหารยิ่งหายาก วันนั้น เราตั้งคำถามกับชีวิตว่า เงินคืออะไร คุณค่าของชีวิตเราคืออะไร บางทีคุณค่าของชีวิตอาจจะไม่ใช่เงินอีกต่อไป มันอาจจะเป็นองค์ความรู้หรืออะไรก็ตามที่ดีต่อคนอื่น อย่างเคารพธรรมชาติ เพราะคนชอบทำตัวเหนือธรรมชาติ ทำลายธรรมชาติตลอดเวลา เมื่อทุกอย่างในโลกพังหมด เราจะกลับไปหาชีวิตแบบดั้งเดิมอีกครั้ง เราต้องเตรียมพร้อม อาจฟังดูเหมือนผมบ้า แต่ขอโทษ โลกหน้ามนุษย์จะกลับไปหาธรรมชาติ

A Day :การทำหนังใหญ่ยังเป็นความฝันของคุณไหม
ธรญชัย : ยังอยากทำ มันจะเป็นหนังที่ทำด้วยความสามารถทั้งหมดที่ผมมี ใช้เงินน้อยๆแต่สนุกมาก เนื้อหาจะเป็นอะไรก็ได้ที่ทำให้คนดีขึ้น มีความคิดมากขึ้น มีปัญญามากขึ้น ผมชอบหนังอย่าง Local Hero หนังง่ายๆอย่าง Little Miss Sunshine, Forest Gump มันเป็นหนังที่มีคุณค่ากับโลก หรือ หนังอิหร่านอย่าง Children of Heaven ที่ยังอยู่ในใจผมตลอดเวลา ผมอยากทำหนังเล็กๆที่พูดประเด็นเกี่ยวกับมนุษย์โดยความตลก ความสนุกเป็นแค่สิ่งที่หุ้มห่อเนื้อหา เนื้อหาต้องง่าย คนทั่วไปเข้าใจง่ายๆ ผมเชื่อว่าหนังมีอิทธิพลต่อคนอยู่แล้ว ถ้าเราใส่สิ่งที่ดีเข้าไป คนดูก็ได้สิ่งที่ดี สุดท้ายผมจะบอกว่า ผมไม่ใช่คนที่ดีหรอก ผมก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่เคยทำอะไรเลวๆ ผมไม่อยากออกสื่อหรือออกทีวีเพราะถ้าออกไปแล้ว พูดอะไร คนที่มันไม่เห็นด้วย มันก็ด่า พูดดีเกินไปมันก็หมั่นไส้ ผมก็รู้ มีคนด่าเป็นเรื่องปกติ ถ้าจะมีใครด่าก็เป็นเรื่องของเขา ไม่ใช่เรื่องของเรา ผมคิดแบบนี้ แต่ในหน้าที่ของความเป็นมนุษย์ แม่ผมสอนว่า ต้องเป็นคนดี คิดดี ความดีคือความฉลาดอย่างหนึ่ง ฉลาดที่สุด ถ้าเราเป็นคนดี เราจะเป็นคนฉลาดโดยอัตโนมัติ นักธุรกิจที่ฉลาดที่สุดก็คือนักธุรกิจที่ให้สังคมมากที่สุด ผมเชื่ออย่างนั้น

A Day :หนังที่ดูแล้วอยากเป็นคนดีทำยากไหม
ธรญชัย : หมูๆ แค่อธิบายว่าความดีมันดียังไง สวยงามยังไงแค่นั้นเอง วันก่อนมีคนมาถามผมว่า ถ้าผมดูหนังแล้วร้องไห้จะร้องเพราะอะไร ผมก็มาคิด เศร้าเหรอ ผมไม่เคยร้องไห้เพราะเศร้าเลยนะ ผมร้องไห้เพราะเห็นความดีในหนัง เห็นความประทับใจ เห็นใครสักคนที่ดีมาก ผมร้องไห้เลย วันก่อนเพิ่งดูหนังเรื่อง Invictus ที่ คลินต์ อีสต์วู๊ต กำกับ มอร์แกน ฟรีแมน เล่นเป็นเนลสัน แมนเดล่า มีฉากนึงที่ แมตต์ เดมอน ซึ่งเล่นเป็นกัปตันทีมรักบี้ ในฉากนั้น แมตต์ เดมอน ยืนอยู่ที่หน้าต่างมองออกไปข้างนอกแล้วพูดว่า ผมไม่เข้าใจว่า เนลสัน แมนเดล่าเป็นคนผิวดำ ติดคุก 27 ปี โดยคำสั่งของคนขาว แต่ทันทีที่ออกจากคุก เขาก็ได้รับเลือกตั้งเป็นประธานาธิบดี สิ่งแรกที่เขาทำคือการให้อภัยคนขาว สนับสนุนให้คนขาวทำทีมรักบี้ แมตต์ เดมอน มองไปที่หน้าต่างแล้วพูดประโยคนี้ ช็อทนั้นทำผมร้องไห้เลย มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มาก การที่แมนเดล่าจะทำอย่างนั้นได้ เขาต้องลืมความลำบาก ลืมความเป็นคนดำของเขา แล้วหันมามองประโยชน์ส่วนรวมของประเทศชาติ แล้วการให้อภัยจะตามมา คนที่ลืมความเจ็บแค้นได้ จิตใจต้องสูงมาก ดูเสร็จผมอยากนั่งเครื่องบินไปหา คลินท์ อีสต์วู้ด อยากบอกกับเขาว่า ขอบคุณมากครับที่คุณทำหนังเรื่องนี้ให้เราได้ดู.

About MeesaLuk

Just a ordinary lady who still keep finding herself and her identity to prove that she still be here ...in this world with LOVE.

Discussion

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: