//
you're reading...
ดูแลสุขภาพใจ กับหมี Healthy Mind

ธนญชัย ผู้กำกับหนังโฆษณาที่ได้รางวัลมากที่สุดในโลกที่คนไทยไม่เคยรู้ (ตอนที่2)

A Day :คุณบอกว่าไม่ดูหนังโฆษณาของผู้กำกับคนอื่นมา 6 ปีแล้ว แรงบันดาลใจในการคิดงานของคุณหลักๆมาจากคน คนเหล่านั้นคือใคร
ธรญชัย : เยอะมาก จากทุกๆคนที่อยู่รอบตัวผม เพื่อนผม แม่ผม ยาม แม่บ้าน หรือแม้แต่ลูกน้องผมก็ inspire ผม หลายคนสอนให้ผมใจเย็น สอนว่าผมเริ่มไม่ฟังความคิดของคนอื่นแล้ว

A Day :เขากล้าเตือนคุณ
ธรญชัย : ไม่ได้เตือน แต่ผมรู้เอง เขาแค่พูดว่า “พี่ ผมยังพูดไม่จบเลย” ผมก็ โอ๊ย ตายห่า ขอบคุณนายมากว่ะ เด็กขายพวงมาลัยก็ inspire ผมนะ มีอยู่วันนึงผมขับรถไปแถวพระราม9 มีเด็กผู้หญิงตัวเล็กๆมาเคาะกระจกถามว่า ซื้อพวงมาลัยไหม ผมก็ไม่ซื้อ อีกวันผ่านมาอีก เด็กก็เคาะอีก ผมบอกว่าไม่เอา เขาก็เคาะอีก พอเปิดกระจกลง เขาก็ถามผมว่า “พี่…หัวหยิกอย่างนี้ไปทำอะไรกับหัวมา” ผมแม่ง งง เลย อีกวันเขาเห็นพวงมาลัยที่ผมแวะซื้อมาจากทื่อื่นก็บอกว่า “ที่อย่างนี้ซื้อ ไม่ซื้อของหนู” วันถัดมาก็มาเคาะกระจกอีก ผมถามว่ามีอะไร เขายื่นพวงมาลัยบอกว่า “อ่ะ ..ให้” ไม่ต้องซื้อ ตอนนั้นผมรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าอย่างรุนแรง ผมเข้าใจว่ามันคงเป็นโควต้าที่ต้องขายให้หมด แต่ผมไม่ได้มองในส่วนนั้น ผมมองว่าเด็กคนนี้เราไม่เคยซื้อของเขาเลย ตังค์เขาก็คงมีไม่เยอะ แต่วันนี้เขาให้เรา เด็กคนนี้เปลี่ยนชีวิตผมเลย
มีครั้งนึงผมก่อกองไฟที่เชียงใหม่แล้วพบว่าทำไมมันติดยากจัง ใช้เวลาจุดวันแรกครึ่งชั่วโมง วันต่อมาก็สั้นลงตามลำดับ แต่ยังไงก็ไม่เกิน10นาที มีวันนึงไปก่อไฟแบบนี้ที่บ้านแม่แล้วมีชาวสวนเดินผ่านมา เขาจุดติดใน 1 นาที เขาบอกว่าให้จุดอันที่ติดไฟง่ายไปหายาก ไหม้จากฟางไปหากิ่งไม้เล็กๆแล้วค่อยกิ่งใหญ่ขึ้นๆ สิ่งนี้ก็เปลี่ยนชีวิตผม เมื่อก่อนผมอยากจะทำให้ประเทศดีขึ้น ด้วยวิธีอะไรก็ได้ แต่ผมไปคิดถึงขอนไม้ใหญ่ๆ มากเกินไป จริงๆแล้วถ้าเราเป็นไฟ ก่อนจะเปลี่ยนแปลงของใหญ่ต้องเปลื่ยนของเล็กก่อน คุยกับคนที่ติดไฟง่ายก่อนพอเขาจุดติดค่อยลามไปหาคนอื่น ทุกคนต่างเป็นเชื้อไฟ ประเทศไทยก็จะสว่างไสว ฟืนใหญ่มันมีความชื้น ติดยากต้องใช้เวลา มองฟืนใหญ่แล้วก็ท้อว่าเมื่อไหร่จะติด โดยลืมไปว่าทำสิ่งเล็กๆให้ติดก่อน ทำกับครอบครัวเราได้ไหม เพื่อนร่วมงานได้ไหม เพื่อนบ้านได้ไหม ถ้าได้ฟืนที่ดีก็จะไปติดอย่างอื่นเอง ถ้าอยากเปลี่ยนประเทศ ไม่ต้องไปเป็นนักการเมืองก็ได้ เราคิดใหญ่ได้ แต่ต้องเริ่มจากอะไรเล็กๆไปก่อน

A Day :ถ้าในงานนี้ คุณถูกเชิญไปขึ้นเวทีพูดให้ครีเอทีฟทั้งหมดฟัง คุณอยากพูดเรื่องอะไรที่สุด
ธรญชัย : ถ้าคุณเป็นครีเอทีฟแล้วทำให้ลูกค้าขายของได้ คุณก็เป็นครีเอทีฟ แต่ถ้าคุณเป็นครีเอทีฟที่ทำให้ลูกค้าขายของได้ แล้วทำให้สังคมดีขึ้นด้วย คุณจะไม่ใช่เป็นแค่ครีเอทีฟ ครีเอทีฟทุกคนทำให้โลกดีขึ้นได้ เขาจะทำหรือไม่ทำเท่านั้นเอง อาชีพครีเอทีฟโฆษณาอยู่ในสภาวะที่ถูกหล่อหลอมให้ตัวตน ตัวกูของกูสูงขึ้น ทุกคนอยากเป็นที่รู้จัก อยากมีชื่อเสียง ต้องการเงิน ต้องการความสะดวกสบาย แต่ก็มีครีเอทีฟอีกหลายคนเหมือนกันที่ไม่เคยคิดถึงตัวเอง ปฎิเสธอะไรหลายอย่างแล้วลุกขึ้นมาทำอะไรสักอย่างโดยปราศจากความกลัว ผมจะบอกเขาว่า ผมไม่ใข่คนเก่ง ผมไม่ใข่คนดี ผมคือขี้ดีๆนี่เอง และพวกเราก็อยู่ในธุรกิจขี้เหม็นนี้ ผมไม่ได้ดีไปกว่าพวกคุณ แต่อย่างน้อยผมก็รู้ว่า มันเป็นขี้ เราน่าจะมีวิธีทำให้ขี้นั้นมีประโยชน์ได้

A Day :ฟังดูเหมือนคุณไม่ค่อยให้ความสำคัญกับเรื่องเงิน
ธรญชัย : ในโลกปัจจุบัน เรามักมองอะไรสั้นเกินไป ถ้าพูดเรื่องเศรษฐกิจก็มองแค่คนที่มีเงินมากที่สุด แต่ลืมไปว่า เมื่อคุณมีเงินมากที่สุด คุณก็เหนื่อยนะ ลำบากในการจัดการมัน ลืมไปว่า ตายไปก็เอาไปไม่ได้ ลืมไปว่า เราเกิดมาเพื่ออะไร ลืมไปว่า คุณค่าจริงๆ ของมนุษย์คืออะไร โฆษณาเกิดขึ้นมาเพื่อรับใช้ระบบทุนนิยมอยู่แล้ว ถ้าเราแตะเบรคนิดนึง แล้วตั้งความคิดใหม่ ถ้าโฆษณามันมีอานุภาพขนาดทำให้โลกแย่ได้ ด้วยตัวของโฆษณาเองก็น่าจะทำให้โลกดีขึ้นได้เช่นเดียวกัน โฆษณาออนแอร์ตลอดเวลา ถ้าเราใส่เนื้อหาดีๆ ลงไปในโฆษณา ทัศนคติดที่ดี ความคิดที่ดี มันก็ทำให้ประเทศของเราดีขึ้นได้ ผมอยากเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างให้ดีขึ้นด้วยการใช้โฆษณา เอาเงินคนรวยมาทำให้คนจนดีขึ้นสิ ตอนนี้เราอยู่ในยุคแห่งการใช้เงิน อย่าปฏิเสธเงิน แต่จงใช้เงินเป็นเครื่องมือหนึ่งในการทำสิ่งต่างๆ ให้มันดีขึ้นได้ ไมใช่ทำอะไรเพื่อเงินก็เหมาว่าเลวหมด ถ้าคุณจะทำอะไรใหญ่ๆ คุณต้องใช้เงินนะ คุณหาวิธีหาเงินดีๆสิ โยกเงินคนรวยมาให้คนจนสิ คุณต้องหาวิธีได้

A Day :คุณคือโรบินฮู้ดที่ใช้กล้องแทนธนู
ธรญชัย : ผมไม่ใช่คนดีนะ แต่ผมเป็นคนคิดมาก ถ้าคนยังจนอยู่ เขายังไม่แข็งแรง ไม่ฉลาด ไม่ดีขึ้น เขาก็ไม่มีเงินให้คุณ คุณต้องช่วยเขา ทำให้เขาดีขึ้นก่อน แล้วเขาถึงจะมีเงินให้คุณ

A Day :ถ้าครีเอทีฟอยากใช้ทักษะที่ตัวเองมี ลุกขึ้นมาเปลี่ยนประเทศ ต้องทำอะไรเป็นอย่างแรก
ธรญชัย : ต้องรู้สึกตัวก่อนว่าเราอยู่บนปัญหา เราต้องรู้สึกแย่ รู้สึกว่าเราก็เป็นส่วนหนึ่งของปัญหา แล้วเราก็ได้รับผลกระทบจากปัญหานั้นๆ เหมือนกบที่อยู่ในน้ำร้อน ถ้าน้ำยังอุ่นกบก็ไม่ดิ้น แต่อาจจะมีกบบางตัวที่เริ่มรู้ว่าเราอยู่บนเตาแก๊ส เราต้องมองทะลุหม้อให้เห็นว่ามีไฟอยู่ข้างใต้ ถ้าเราเริ่มเห็นสัญญาณ เราก็จะเริ่มเปลี่ยนแปลงก่อน นั่นหมายความว่าเราต้องใช้สายตาในการมองผู้อื่น แต่หลายๆคนยังห่วงแต่ตัวเอง ซัมเมอร์นี้กูจะใส่เสื้ออะไร ที่นั่นมีเซลล์มึงไปมาหรือยัง ไอโฟนมีแอปพลิเคชั่นใหม่เว้ย ไม่ได้มองอะไรมากไปว่าจอโทรศัพท์หรือจอคอมพิวเตอร์ มันต้องมองไปรอบๆ คุณเห็นคนทะเลาะกันที่ข้างถนนแล้วคุณรู้สึกอย่างไร คุณรู้สึกยังไงกับข่าวเด็ก ป.5 ข่มขืนกัน ถ้าคุณรู้สึกกับสิ่งต่างๆเหล่านี้ คุณจะเริ่มขยับ เพราะเด็กคนนั้นอาจจะมาเคาะประตูบ้านคุณ แล้วเอาปืนมาจ่อหัวคุณแล้วขอของในบ้านคุณทั้งหมด อันนี้เป็นเรื่องที่ต้องคิด การคิดเรื่องบวกเป็นสิ่งที่ดี แต่ต้องมองอยู่บนพื้นฐานของความเป็นจริง มองอย่างมีสติ เราจะได้รู้ว่าปัญหามันอยู่ตรงไหน จะได้แก้ตรงนั้น

A Day :ในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา ที่บ้านเมืองเรามีปัญหาเรื่องการเมืองอย่างรุนแรง คุณอยู่ตรงไหน และทำอะไรอยู่
ธรญชัย : ผมไม่สบายใจเลยกับปัญหาที่เกิดขึ้น ผมคิดว่าจะทำอะไรต่อไปในอีก 5 ปีข้างหน้า คำตอบคือ ผมจะทำให้คนหันมาสนใจการใช้ชีวิตที่อิงกับธรรมชาติมากที่สุด

A Day :ฟังดูไม่ค่อยเกี่ยวกับการเมืองเลยนะ
ธรญชัย : ไม่เกี่ยว ผมไม่ค่อยสนใจว่นักการเมืองจะคิดอะไร ผมอยากเปลี่ยนประเทศนี้ให้ดีขึ้น แต่คงไม่ลงสมัคร ส.ส. เราสามารถเปลี่ยนได้จากตัวเราเองก่อน เรารู้ว่าเรามีเพื่อนฝูง มีน้องๆที่ให้ความสนใจความคิดเรา หน้าที่ของเราก็คือพัฒนาความคิดเรา เมื่อผมได้รับแรงบันดาลใจจากผู้อื่น หน้าที่ของผมคือ ผมต้องส่งแรงบันดาลใจนั้นไปหาคนอื่นต่อไป ประเทศน่ะเปลี่ยนได้ แต่ต้องเปลี่ยนที่เราก่อน เราต้องเลือกปิดก่อน ปิดทีวี คือไม่ฟัง ปิดเพื่อให้มีสติ ไม่มีประโยชน์ที่จะต้องมองสิ่งนั้นตลอดเวลา มันทำให้เครียด แต่เราละเลยไม่ได้ การเมืองก็เหมือนซิตคอมวันต่อวัน เนื้อหาคือคนพวกนี้ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชน สัญญาว่าจะทำโน่นทำนี่ให้ โกหกบ้าง โกงบ้าง แล้วก็เล่นการเมืองกันตลอดเวลา เข้าไปแสวงหาประโยชน์ ทำยังไงให้คนพวกนี้ไม่มีโอกาศทำอะไรเลวๆ ถามว่า จู่ๆเขาเดินเขามาเขียนชื่อตัวเองสมัครเป็น ส.ส. แล้วจะเป็นได้เลยเหรอ ไม่ ประชาชนนั่นแหล่ะที่เลือกเข้าไป ทำไมประชาชนถึงเลือก ก็เพราะประชาชนเดือดร้อน แล้วก็อยากได้อะไรง่ายๆ อยากได้เงินง่ายๆ ทำไมถึงอยากได้ ก็เพราะว่าเขาขาด ทำไมเขาถึงขาด ก็เพราะเขารู้สึกว่าสิ่งที่เขามีอยู่มันไม่มีอะไร เขาอ่อนแอ รอการช่วยเหลือ แล้วทำยังไงเขาถึงจะเข้มแข็ง ก็ต้องหัดพึ่งตัวเอง ทำยังไงถึงจะพึ่งตัวเองได้ ก็ต้องอาศัยความขยันกับไม่โลภ และเป็นคนดี

อย่างแรกที่คุณต้องคิดคือ คุณคืออะไร คุณคือมนุษย์ แล้วมนุษย์คืออะไร มนุษย์ต้องการอะไร มนุษย์ต้องการเงินเหรอ ตื้นไปมั้ง มนุษย์ต้องการความสงบสุขในการใช้ชีวิต ตื่นเช้ามาแล้วมีความสุข มีอยู่ มีกิน เหลือค่อยไปขาย แล้วคุณก็รวยเอง แต่คุณต้องทำนะ ประเทศเรามีแรงเสียดทานหลายๆอย่าง เรามีกระทรวรเกษตรฯ มีนักวิชาการหลายๆคนที่ไปสนับสนุนมอนซานโต สนับสนุนคนขายยาฆ่าแมลง คนขายเมล็ดพันธุ์ สนับสนุนการเกษตรแบบใช้เทคโนโลยีแบบวิทยาศาสตร์ เรื่องเกษตรกรรมธรรมชาติไม่เคยถูกบรรจุเข้าไปอยู่ในนโยบาย สิ่งที่นักการเมืองทำคือ จับมือกับเอกชน โดยมีเป้าหมายว่า ทำให้ประชาชนอ่อนแอโดยการเอาเงินมาล่อ ปลูกพืชเป็นเชิงเดี่ยว ซึ่งนานๆไป มันทำให้ดินเสีย เพราะปลูกมัน ปลูกข้าวโพด เป็นไร่ๆ ปลูกไปเรื่อยๆ ไม่มีการหมุนเวียน เสร็จปุ๊ปแม่งก็ขายปุ๋ย ขายยาฆ่าแมลง อัดเข้าไป ใส่เข้าไปคนก็ยิ่งจน พอคนอ่อนแอ ถ้าอ่อนแอก็ต้องพึ่งรัฐ พอพึ่งรัฐเขาก็จะได้รับเลือกตั้งมาอีก แล้วการอ่อนแอก็นำมาซึ่งผลประโยชน์ของคนขายเมล็ด คนขายยาฆ่าแมลง คนขายปุ๋ย เพราะฉะนั้นทำยังไงถึงจะทำให้ประชาชนเข็มแข็ง ลืมตาอ้าปากได้โดยไม่ต้องพึ่งนักการเมือง คำตอบคือ กลับไปหาธรรมชาติ กลับไปหาภูมิปัญญาดั้งเดิม กลับไปหาเกษตรที่ไม่ต้องพึ่งพาเยอะ ความคิดต่างๆในโลกยุคหน้า มันกลับไปหาธรรมชาติหมด เราต้องตั้งคำถามกับปุ๋ยวิทยาศาสตร์แล้วว่าทำให้เราดีขึ้นหรือเปล่า ดินในโลกเกือบ 60 เปอร์เซนต์แย่ลง ทัสคานี่ หรือที่สวยๆในสเปน ในอังกฤษ ที่เราเห็นเป็นทุ่งเรียบๆ น่ะ จริงๆแล้วดินห่วยมาก เพราะหนึ่ง ปลูกองุ่น สอง เลี้ยงสัตว์ เขาเป็นประเทศกินเนื้อ การเลี้ยงวัวที่ฆ่าความหลากหลายทางชีวภาพหมดเลยนะ พอไม่มีความหลากหลาย ดินก็เสีย จุลินทรีย์ก็หาย ปลูกอะไรก็ไม่ขึ้น คนรวยโง่ๆไปเที่ยวทัสคานี่ก็บอกว่าสวย แล้วเสือกมาทำที่เขาใหญ่ มีต้นไม้ห่าอะไรแม่งตัดทิ้งหมดเลย อยากให้เป็นแบบนั้น คิดแต่ภาพอย่างเดียว ไปเที่ยว ก็ไม่เคยคิดเลยว่าทำไม เพราะอะไร มึงเคยเดินลงจากรถแล้วไปถามชาวนาที่โน่นไหมว่าดินเป็นยังไง มองแต่ความสวย ผมไม่เห็นว่ามันจะสวยเลย ที่สวยที่สุดคือป่าดงดิบในประเทศไทย อันนี้สวยจริง

A Day :ตอนนี้คุณต้องการอะไรในชีวิต
ธรญชัย : ผมเป็นคนที่ทำผิดพลาดในชีวิตบ่อย เวลาผิดก็จำ แล้วก็ถามตัวเองว่าทำไมถึงผิด เวลาใช้ชีวิตผมเลยคิดตลอดว่า นี่คือชีวิตที่ผมต้องการหรือเปล่า ผมต้องการให้ชื่อเสียงขจรขจาย ตายไปแล้วคนยังจำชื่อได้หรือ ก็ไม่ สิ่งที่ผมสนใจที่สุดคือ เวลาที่ใช้ชีวิต ผมต้องการใช้ชีวิตที่ปลายทางคือความสุข ก็ต้องตั้งคำถามว่า ความสุขจริงๆคืออะไร ความสุขคือการที่เรามีใช้หรือไม่ มีเงินมีทอง มีรถ มีบ้าน มีความมั่นคง มี มี มี มี มี ต้องมีคุณถึงจะมีความสุข สิ่งที่ตลกที่สุดสำหรับผมก็คือ มีเยอะๆ แล้วมันเหนื่อย ปวดหัว มีเยอะๆก็กลัว กลัวว่าวันหนึ่งจะไม่มี กลัวว่ามันจะหายไป ผมเลยพบว่า จริงๆแล้ว ความสุขน่าจะเกิดจากการที่เราไม่มี พอไม่มี มันก็โล่ง มีน้อยๆมันก็สบายใจ โอเค ตอนนี้ผมเป็นคนที่มี แต่ผมจะไม่เดือดร้อนเลยถ้ามันจะไม่มี เพราะสิ่งที่เรามีเดี๋ยววันหนึ่งเราตายไปมันก็ไม่มีแล้ว นี่คือทางกายภาพ ส่วนเรื่องของความคิด เราก็ควรที่จะไม่ยึดติดว่าเรามี เราเป็น ไม่ตัวกูของกู ความคิดกู ไอเดียของกู ยินดีต้อนรับการขโมยความคิดเสมอ เอาไปเลย เอากันไปเยอะๆ สนับสนุนด้วย เพราะความคิดของผมหรือสิ่งที่ผมทำไม่ได้เป็นสิ่งที่ใหม่ที่สุด ผมก็ได้รับความคิดดีๆ จากคนอื่นมาเหมือนกัน และถ้าผมต้องตายไปก็ไม่ต้องเขียนอะไรที่หลุมฝังศพผม

A Day :คนที่ยังไม่เคย”มี” จะขอลองสัมผัสการ”มี”ก่อนได้ไหม
ธรญชัย : อยากมีก็มีไปก่อน แต่มีแล้วต้องคิดด้วยว่าสิ่งที่คุณมี คือความสุขหรือเปล่า คิดเยอะๆ การที่เรามีตัวตนอยู่ การประสบความสำเร็จ เป็นหลุมพรางที่ทำให้ชีวิตเราหยุด หยุดเพื่อชื่นชมมัน ปลาบปลื้มอิ่มเอิบกับความสำเร็จ มีสื่อมาสัมภาษณ์ ต้องขับรถ รถก็ติด เพียงเพื่อไปออกทีวี ไอ้พวกนี้ทำให้ชีวิตผมไม่เดินหน้าต่อ เพราะต้องมาหยุดทักทายสิ่งเหล่านี้ มันเสียเวลา ผมเลยตัดสินใจว่าจะไม่หยุดชื่นชมความสำเร็จ เอาเวลาไปทำอย่างอื่นมีประโยชน์ดีกว่า

A Day :คำว่า”ผู้กำกับหนังโฆษณาอันดับ 1 ของโลก”ที่ต่อท้ายชื่อคุณ ให้อะไรกับคุณบ้าง
ธรญชัย : เวลาผมพูดก็จะมีคนฟังผมมากขึ้น นอกนั้นไม่มีอะไร แขนขาผมก็ยังเหมือนเดิม ทำงานเยอะๆเหมือนเดิม

A Day :คุณเคยบอกว่าไม่เชื่อเรื่องการทำงานหนักเพื่อเก็บเงินจะได้สบาย ตอนแก่
ธรญชัย : ความสบายคือสิ่งที่มนุษย์ต้องการจริงหรือ ผมเคยถาม คนทำยาสีฟันว่า ยาสีฟันเดี๋ยวนี้มีสารโน่นนี่ดีมาก แต่มนุษย์ยุคก่อนก็ไม่มียาสีฟัน ทำไมเราขุดซากขึ้นมาถึงเจอฟันเกือบครบทุกซี่ เขาบอกเมื่อก่อนเราไม่มีช๊อกโกแลต กาแฟ มันชวนให้เราตั้งคำถามว่า ตอนนี้เราอยู่ในชุดความคิดที่ว่า เราต้องทำงาน หาเงินเยอะๆ เพื่อให้เราสบาย มีรถขับเพื่อย่นระยะทาง มีซุปเปอร์มาร์เกตที่เดินเข้าไปแล้วมีทุกอย่าง มีระบบเงินเพื่อทำให้ทุกอย่างสะดวกขึ้น ป่วยก็ไปหาหมอ เกิดมาไม่ต้องเรียนเยอะ รู้แค่เฉพาะอย่างแล้วเอาไปเชื่อมต่อกับส่วนอื่น โลกเป็นระบบสายพานการผลิตในโรงงานไปแล้ว ทุกอย่างที่มนุษย์สร้างขึ้นมาทำให้มนุษย์ตายเร็ว เรากำลังอยู่ในทิศทางที่ถูกต้องหรือเปล่า ความสบายทำให้เราอ่อนแอ เราไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับกลไกการทำงานของร่างกายเรา เผลอๆไม่รู้เลยว่าสิ่งที่เราสร้างขึ้นมา ทำให้เราอ่อนแอ ผมเห็นคนแก่อายุเกือบ 70 ที่เชียงใหม่ แบกกล้วยมาเป็นเครือ แข็งแรงมาก คนแก่ต่างจังหวัดที่ไม่มีลูกหลานดูแล ทำงานทั้งวัน ดูเหมือนลำบาก แต่ด้วยความที่เขาดำรงชีวิตอยู่กับธรรมชาติ ต้องพึ่งตัวเอง เขาแข็งแรงฉิบหายเลย ไม่เหมือนคนรวยในเมือง คนจนตายช้า คนรวยตายเร็วเพราะสบายเกินไป คนรวยอยากสบายตอนแก่ เลยต้องทำงานเพื่อเก็บเงินไว้ซื้อยา เป็นความคิดที่ตลกดี

A Day :ความสบายไม่ควรเป็นเป้าหมายของมนุษย์
ธรญชัย : แม่ผมเพิ่งล้ม ต้องเข้าโรงพยาบาลที่เชียงใหม่ หมอว่าคนแก่มวลกระดูกไม่แข็งแรง วิธีที่จะทำให้แข็งแรงคือต้องเดินบ่อยๆ ต้องมีการปะทะ เณรที่วัดเส้าหลินต้องชกกำแพงทุกวัน ชกทุกวันกระดูกก็แข็งขึ้น นักมวยก็ต้องเอาขวดเคาะหน้าแข้งทุกวัน ขามันถึงจะแข็งขึ้น ความเข้มแข็งมาพร้อมกับความเจ็บปวดเสมอ แต่เป็นความเจ็บปวดที่งดงาม ถ้าเราปล่อยให้ลูกเดินบนพื้นดินเปล่าๆ ไม่ต้องใส่รองเท้า แรกๆก็เจ็บ แต่พอหนังเท้าหนา เหยียบอะไรก็ไม่เจ็บแล้ว นอนพื้นกระดานแข็ง ไม่สบาย แต่มันคือการนอนที่ดีที่สุด ไม่ปวดหลัง การนั่งขี้ยองๆ ขี้ใต้ต้นไม้ เมื่อยแต่เป็นการขี้ที่ดีที่สุด เร็วที่สุด และถูกสุขภาวะที่สุด มนุษย์สร้างอุปกรณ์อำนวยความสะดวกมากมายเพื่อความสบาย แต่สุดท้ายเราก็พบว่า มันก็จะสร้างปัญหาต่อไปไม่รู้จบ เช่น ไมโครเวฟ นี่หรือคือการพัฒนาที่ถูกต้อง.

A Day :การพัฒนาที่ถูกต้องควรเป็นยังไง
ธรญชัย : ทุกวันนี้เราคิดว่าการพัฒนาที่ฉลาดคือ ต้องเรียนหนังสือ ต้องแข่งขัน ต้องติว ต้องกวดวิชา ต้องเอนทรานซ์ เข้ามหาลัยตามคณะต่างๆ พอเรียนจบก็ต้องแข่งขันสมัครงาน พอได้งานทำก็ต้องทำงานหาเงินซื้อรถ พอได้รถก็ขับรถ ขับไปไหน ก็ขับไปซุปเปอร์มาร์เก็ต จอดรถ เสียค่าจอดรถ จอดเสร็จก็เดินเข้าไปในซุปเปอร์มาร์เก็ตเพื่อที่จะไปซื้ออาหาร พอทำงานไปเยอะๆ รู้สึกว่าร่างกายอ่อนแอ ก็หาเงินอีกเพื่อไปเสียค่าสมาชิกฟิตเนส ต้องเสียเวลาคุยว่า ค่าสมาชิกรายปีรายเดือนของคุณเป็นอย่างไร ไปซื้อรองเท้า ถุงเท้า ซื้อเครื่องวัดชีพจรและอื่นๆอีกมากมาย การที่เราจะใช้ชีวิตในปัจจุบันมันเหนื่อยมาก มันอ้อมมาก และสิ่งที่ดีกว่านี้ ฉลาดกว่านี้คืออะไร ภาพที่ผมเห็น คือชาวสวนธรรมดาๆ คนหนึ่งกำลังขุดดินเพื่อปลูกผัก จบ ในภาพนั้นบอกเราว่า หนึ่ง คุณออกกำลังกาย สอง คุณสร้างอาหาร สาม คุณได้กิน จบ สั้นที่สุด ง่ายที่สุด ฉลาดที่สุด มนุษย์เมื่อก่อนผนวกการล่าสัตว์หาอาหารกับการออกกำลังกายไว้ด้วยกัน ไม่ใช่ถ้าอยากออกกำลังกายต้องเข้าฟิตเนส อันนี้มันเปลือกมาก ผมพบว่ากล้ามเนื้อของชาวไร่ชาวนาที่ออกแรงทำงานทุกวันเป็นกล้ามที่สวยงามมาก ความเข้มแข็งไม่ได้เกิดจากการที่เข้าฟิตเนส แต่เกิดจากการทำอะไรด้วยตัวเอง แล้วพึ่งพาคนอื่นให้น้อยลง ถ้าเป็นความเข้มแข็งทางจิตใจก็คือยึดเหนี่ยวคนอื่นให้น้อย พึ่งสติตัวเองให้มากที่สุด หัดปรึกษาตัวเอง จิตใจเราจะเข้มแข็งขึ้น เมื่อให้คำปรึกษาตัวเองได้ ก็ย่อมเป็นที่ปรึกษาให้คนอื่นได้

A day:น่าแปลกที่คนเมืองเรียนสูงๆ ที่ทำอะไรด้วยตัวเองไม่เป็นเลย กลับมองว่าตัวเองเก่งกว่า รู้เยอะกว่าชาวบ้านที่ทำทุกอย่างได้หมดเลย
ธรญชัย : มันเป็นความคิดที่โง่ที่สุด เขาใช้เงินเป็นตัวแบ่งสถานภาพของสังคม ในขณะที่ภูฎานใช้ความสุขเป็นตัววัด ถามว่าคุณมีเงินเยอะแล้วชีวิตดีขึ้นหรือเปล่า คุณแค่มีกระเป๋าพราด้า พูดภาษาอังกฤษคล่อง แต่การพูดภาษาอังกฤษมันเป็นคนละเรื่องกับสิ่งที่เรียกว่าปัญญานะ ความรู้ในโลกแบ่งเป็น instinct intellect intutition คุณมีสมองแค่ระดับ intellect เท่านั้นระดับ intuition คือไม่ต้องการอะไรอีกแล้ว คือการให้ผู้อื่น คือระดับปัญญาญาณ นั่นคือ ชาวบ้าน ถามว่าคุณอยู่ในเมือง คุณเคยให้แกงข้างบ้านไหม เคยไปช่วยเขาซ่อมหลังคาไหม เคยให้อะไรคนอื่นบ้างไหม ถ้าเอากรอบแบบตะวันตก กรอบทุนนิยมมาครอบ ใช่ คุณเจ๋ง คุณรวย แต่ถ้าเอาอภิปรัชญาของศาสนาพุทธมาพูด คุณด้อยค่าเหลือเกิน คุณรู้ภาษาอังกฤษ แต่คุณอ่านหนังสืออะไร คุณพูดภาษาอังกฤษได้ แล้วคุณพูดอะไรออกมา ผมพูดภาษาอังกฤษไม่เก่งแต่คนต่างชาติก็พยายามจะฟังว่าผมพูดอะไร คุณไม่จำเป็นต้องพูดให้ถูกหลักหรอก มันสำคัญตรงที่ความคิดที่คุณจะพูดคืออะไร

A Day :ทำไมคุณถึงสนใจความคิดของปราชญ์ชาวบ้าน
ธรญชัย : คนอย่างพ่อผายเป็นต้นแบบที่ทำให้พบว่า เรามีชีวิตอย่างสะดวกสบายได้ด้วยการพึ่งตัวเอง ในขณะที่โครงสร้างของสังคมกำลังนำเราไปสู่ความแบ่งหน้าที่กันทำ ทำให้เราเชี่ยวชาญเฉพาะเรื่อง อ่อนแอลง แต่ปราชญ์ชาวบ้านสอนให้เรารู้จักเชื่อมโยงทุกอย่างเข้าด้วยกัน เป็นหัวขบวนของการพึ่งพาตัวเอง

A Day :ตอนหนุ่มๆเคยคิดไหมว่าวันนึงคุณจะหันมาสนใจอะไรแบบนี้
ธรญชัย : ไม่เคยคิดเลย สมัยหนุ่มๆ ผมคิดแค่ชีวิตที่ดีที่สุดคืออะไร ซึ่งไม่ใช่แบบนี้เลย ตอนนั้นผมมีฮีโร่หลายคน บิลล์ เกตต์ วอเรน บัฟเฟต เท่ห์ๆ โคตรรวย ทั้งนั้น จนชีวิตผ่านอะไรมามากขึ้น ก็พบว่าฮีโร่จริงๆของผมคือ พระพุทธเจ้า ในหลวง คานธี แมนเดล่า ท่านติช นัท ฮันห์ คนเหล่านี้ต้องการอะไรในชีวิตน้อยมาก แต่เป็นคนที่มีความสุขมาก ใช้ชีวิตได้คุ้มค่ากับการเกิดมามาก

About MeesaLuk

Just a ordinary lady who still keep finding herself and her identity to prove that she still be here ...in this world with LOVE.

Discussion

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: