//
you're reading...
ดูแลสุขภาพใจ กับหมี Healthy Mind

มหัศจรรย์พลังชีวิตสร้างได้หลังวัย 40+ ของ โจ มณฑานี (ตอนที่2)

ตอนที่ 2 ขจัดต้นเหตุความกลัว คุณโจ มณฑานี ตันติสุข นักพูด นักเขียนชื่อดัง ผู้เคยผ่านจุดพลิกผันของชีวิต มาร่วมแชร์ประสบการณ์โดยเน้นเรื่องกำลังใจที่สาวๆ ไม่ควรยอมแพ้แต่ควรดูแลทุกวันของชีวิตให้เป็นวันดีๆ สำหรับตัวเอง นอกจากนี้ ผู้ร่วมเสวนายังได้ทำแบบฝึกหัด “พลังชีวิต พิชิตความความกลัว” โดยฝึกมองตัวตนจากบทเรียนต่างๆ ที่เคยเกิดขึ้นในชีวิต เพื่อแปรเปลี่ยนเป็นทัศนคติเชิงบวกที่ทำให้เรารู้จักคุณค่าตัวเอง คนรอบข้าง และฝึกค้นหาวิธีสร้างกำลังใจในแบบฉบับของตัวเอง

“Fear หรือ ความกลัว คือ negative energy ที่เราต้องปลดปล่อยมันออกไป เพราะยิ่งปล่อยมากเท่าไหร่

จิตของเราก็ยิ่งมีอิสระ และมีความสุขมากเท่านั้น จะค่อยๆ ปล่อยทีละตัว ไม่ต้องรีบ ตัดทิ้งไป”

ความเชื่อ แก่ = ไม่สวย

คำว่าไม่สวยแปลว่าอะไร แปลว่าความเปลี่ยนแปลง ไม่สวยคือการเปลี่ยนแปลงไปในทางลบ มีใครบ้างเคยดูรูปตัวเองตอนเอ๊าะๆ แล้วบอกเราว่าสวยกว่าสมัยก่อน (คนยกมือในห้อง) เห็นไหมคะว่า เราเปลี่ยนแปลงในทางที่เราดูดีขึ้นก็ได้ บุคลิกดีขึ้น ไม่นับคนศัลยกรรมนะ (ศัลกรรมที่จิตใจดีกว่า) มีรายการหนึ่งชื่อว่า the doctors มีผู้หญิงคนหนึ่งอายุ 40 เธอไม่พอใจในรูปร่างหน้าตาของเธออย่างแรง เธอมาพบคุณหมอเป็นศัลยแพทย์ที่เก่งมาก พอตอนท้ายรายการ เธอเปลี่ยนแปลงไปจากยายเพิ้ง กลายมาเป็นสวยเยี่ยงนางฟ้า แต่เธอแค่ไดร์ผม เปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนรองเท้า เดินมาอย่างมั่นใจ keyword ที่สำคัญที่สุด ไม่ใช่คำว่าสวย แต่เป็นคำว่า งาม งามจากข้างใน เพราะเรารักตัวเอง love myself ไม่ใช่ selfish

รัก คือคำว่าเมตตา กรุณา ถนอมตัวเอง เห็นค่าตัวเอง ส่งให้เราเองสวยงาม รู้ว่าอะไรที่เหมาะกับรูปร่างของเรา เช่น คนผอมไหปลาร้าขึ้นก็ไม่ควรใส่สายเดี่ยว เราทุกคนรู้จักตัวเองหรือยัง ว่าเราเป็นคนที่แขนใหญ่ ขาใหญ่ เราไม่ต้องไปรังเกียจเค้า แต่ควรจะใช้และนำมาเป็นจุดเด่น

ตอนที่โจอายุสไตรค์ 41 ใหม่ๆ ด้วยความที่เราไม่เคยดูแลตัวเอง ก็หันมาเริ่มดูกระจกทุกวัน และใช้เวลาเป็นปีในการตำหนิตัวเองทุกเรื่อง ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง และเราก็สามารถส่งความรู้สึกไม่ดีๆ นี้ของเราไปสู่คนอื่นได้

มนุษย์ทุกคนคือความไม่สมบูรณ์แบบ เพราะฉะนั้นความไม่สมบูรณ์คือความสวยงาม ในทุกความสมบูณ์แบบจะมีความบกพร่องอยู่ ทุกความบกพร่องคือความสวยงาม เมื่อไหร่ก็ตามที่คุณวิ่งตามมัน มันก็จะวิ่งหนีคุณไปเรื่อยๆ และเราก็จะกลายเป็นศัตรูกับตัวเอง อย่ารังเกียจตีนกา อย่ารังเกียจรูขุมขน โจก็ไม่ไปเลเซอร์กระ เพราะโจไม่ได้รังเกียจมัน และโจรู้จักตัวเองดี เพราะโจไม่ได้เป็นคนที่ดูแลผิว จะไม่มีใครรักชั้นเพราะชั้นหน้ากระ เพราะชั้นจะเชิดใส่เลยค่ะ (หัวเราะ)

ความเชื่อ แก่ = สมองเสื่อม

คนที่กลัวว่าแก่แล้วจะสมองเสื่อม ความจำ ปัญญา สมองมีอายุของมัน แต่สมองไม่เกี่ยวกับร่างกายหรือว่าความเหี่ยวย่นต่างๆ คุณอายุ 70-80 สมองก็ยังสามารถแข็งแรงได้อยู่ ตอนนี้มีหลายงานวิจัยที่บอกว่า ถ้าเราฝึกสมองตั้งแต่เด็กๆ จะช่วยให้สมองไม่แก่ มีเชาวน์ปัญญา จิตที่เป็นอิสระผ่อนคลาย สมาธิช่วยได้มากเลย การเขียนหนังสือแบบ writing therapy ช่วยเราได้เยอะเลย เพราะโจกลับมาเขียนหนังสือหลังจากหายไป 5-6 ปี ทำให้เราความคิดของเรามีความเป็นระบบมากขึ้น เราอยู่โลกที่วุ่นวาย ความคิด ความคิดสร้างสรรค์ของเราขาดความคม ขาดความคิด จิตวิวัฒน์จะเกิดจากการเจริญสมาธิ สมาธิจริงๆ แล้วเราจะทำตอนไหนก็ได้ จะนั่งที่ป้ายรถเมล์ นั่งรถแท็กซี่ พอเราเริ่มต้นเรียนสมาธิ หลับเหมือนหลับข้างใน เราจะรู้สึกเฟรชมากๆ แจ่มใส ร่าเริง โดยไม่เกี่ยวกับร่างกาย เพราะ จิต ไม่เท่ากับ กาย และจิตเหนือกว่ากาย

ความเชื่อ แก่ = โดดเดี่ยว

Alone without lonely Alone ไม่ใช่ Loneliness เราต้องขอบคุณในความสันโดษ ทำไมเราถึงคิดว่าถ้าเราแก่แล้วเราต้องโดดเดี่ยว ความโดดเดี่ยวหรือไม่โดดเดี่ยวขึ้นอยู่กับเงื่อนไขที่เราตั้งขึ้น จงล้างเงื่อนไขนั้น อะไรที่เป็นเงื่อนไขเป็นการล๊อกอิสระภาพของเรา ความรักคือธรรมชาติของพลังงานที่แผ่ซ่านและซึมลึกเหมือนกับน้ำ มันจะซึมไปทุกร่อง ทุกรู และให้ชีวิตกับสิ่งที่แห้งแล้ง เพราะฉะนั้น ความแก่ไม่ใช่ความเดียวดาย ขึ้นอยู่กับว่า คุณเต็มไปด้วยความรัก และความเข้าใจมากน้อยแค่ไหน

ความเดียวดายเกิดจากสมการง่ายๆ คือ เราไม่รักใคร เราไม่เอาใคร หรือเวลาที่เรารักใครมากๆ เราเรียกร้องเอาจากคนอื่นมากกว่า สิ่งเหล่านี้เป็นเหมือนอัตราเร่งให้ความเดียวดายเกิดขึ้น เราต้องถามตัวเองก่อนว่า ความรักของเรามาพร้อมกับเงื่อนไขไหม

การกลัวว่าไม่มีคนรัก เราต้องเริ่มจากการรักตัวเอง การ Giving ที่แท้จริงคือ เรามีรักมาก การให้ที่เราไม่รู้สึกว่าขาด เป็นการเติมเต็มตัวเอง แต่การไปถึงจุดนั้นได้ เราต้องสร้างจากข้างในตัวเราก่อน

คุณเคยคิดไหมว่าวันหนึ่งมหาสมุทรน้ำจะแห้ง ร่างกายมีน้ำอยู่กี่เปอร์เซนต์ 75 เปอร์เซนต์เท่าโลก เพราะฉะนั้นร่างกายของเราคือโลก เราคือธรรมชาติของกันและกัน แล้วถ้าธรรมชาติที่เรามีหมดไป เราเหนื่อยกับการทำ เราเหนื่อยกับการให้ นั่นเป็นเพราะเราขาดการเติม ดังนั้น เราต้องเติมตัวเอง ถ้าเราตัดต้นไม้หนึ่งต้น เราก็ต้องปลูกหนึ่งต้น เราไม่ตัดไม่ได้ เพราะเราจะเสียสมดุล หรือเราไม่ให้ก็ไม่ได้ ไม่ได้รับเลยก็ไม่ได้ คำที่อยากจะสอนสุดท้ายคือ ตัด คำว่าควรและต้องออกจากชีวิตเราไป

About MeesaLuk

Just a ordinary lady who still keep finding herself and her identity to prove that she still be here ...in this world with LOVE.

Discussion

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: