//
you're reading...
ดูแลสุขภาพใจ กับหมี Healthy Mind

ลมหายใจกับโยคะ

เคยสังเกตไหมว่า ยามใดที่เราหงุดหงิด โมโหหรือกระวนกระวาย ลมหายใจเราจะถี่ หายใจเร็วและแรง บ่อยครั้งพอหายใจถี่ๆ ไปสักพัก ก็จะถอนหายใจยาว เหมือนกับว่า อยากจะระบายความอึดอัดคับข้อง ออกมากับลมหายใจ

เรื่องนี้โยคะศาสตร์อธิบายว่าลมหายใจกับร่างกายและจิตใจนั้น แยกกันไม่ออก จิตใจที่สับสน กระวนกระวาย จะทำให้ลมหายใจถูกกระทบไปด้วย คือลมหายใจจะไม่สม่ำเสมอ กระชั้นถี่

ในทางกลับกันถ้าเราสามารถควบคุมลมหายใจของเราให้ลึก สม่ำเสมอและผ่อนคลายได้ จิตใจที่รุ่มร้อนแส่ส่ายก็จะสงบนิ่งเยือกเย็นลงได้

ยิ่งหายใจได้ลึกเท่าไร ก็ยิ่งเป็นผลดีเท่านั้น กระทั่งร่างกาย จิตใจและลมหายใจกลายเป็นหนึ่งเดียวกัน ซึ่งแท้จริงแล้วความเป็นหนึ่งเดียวกันนี่แหละ คือจุดมุ่งหมายอย่างหนึ่งของการฝึกโยคะ

ศาสตร์แห่งโยคะจึงให้ความสำคัญกับลมหายใจและการหายใจอย่างมาก ถึงกับยกให้เป็นอีกส่วนหนึ่งของโยคะเรียกว่า “ปราณยาม” (pranayama) ซึ่งแปลตามศัพท์ว่า “การขยายหรือยืดพลังชีวิต”

เพราะคำว่า “ปราณ” มีนัยหมายถึงพลังชีวิตที่แทรกซึมอยู่ในทุกอณูแห่งชีวิต

แต่โดยทั่วไปเวลาพูดถึงปราณยามมักจะหมายถึงการควบคุมลมหายใจ ซึ่งก็ถูกอีกเหมือนกัน เพราะการหายใจก็คือการรับเอาพลังชีวิตเข้าสู่ร่างกายนั่นเอง

เพราะถ้าเราสามารถควบคุมลมหายใจได้ดี ย่อมหมายถึงว่าเราจะได้รับพลังชีวิตได้เต็มที่ขึ้น

คงมีคำถามว่าแล้วเราจะควบคุมลมหายใจอย่างไรดี?

พูดให้ตรงและสั้นที่สุดก็คือ ให้สูดลมหายใจให้เต็มปอด

อาจารย์โยคะท่านจะอธิบายว่า การหายใจให้เต็มปอด ก็คือให้ปอดขยายตัวเต็มที่ ทั้งปอดส่วนบนและปอดส่วนล่าง บางสำนักจะแนะนำให้หายใจเข้าโดยให้ท้องพองก่อน พอท้องขยายเต็มที่แล้ว(แสดงว่าปอดส่วนล่างรับอากาศเข้าไปเต็มที่) ก็ให้ทรวงอกขยายหรือยืดขึ้นตาม ซึ่งก็คือปอดส่วนบนรับอากาศเข้าตาม

เวลาหายใจออกก็เริ่มหายใจออกโดยให้ท้องยุบเข้าไป เป็นการไล่อากาศเสียออกจากปอดส่วนล่าง แล้วทรวงอกก็ยุบตามเพื่อขับอากาศออกจากปอดส่วนบน

ในขณะที่บางสำนักจะแนะนำให้หายใจเข้าโดยให้บริเวณทรวงอกยืดขึ้นก่อน จากนั้นท้องค่อยพองตาม

ถึงแม้ว่าจุดเริ่มต้นจะต่างกัน แต่ที่เหมือนกันคือให้หายใจให้เต็มปอด เพื่อว่าเราจะได้รับเอาปราณพลังชีวิตที่มีอยู่ในธรรมชาติเข้าไปแบบเต็มร้อย

คนที่ไม่เคยสังเกตลมหายใจของตัวเองดูอาจจะนึกไม่ออกว่า ท้องพองท้องยุบหรือทรวงอกขยายหรือยุบลงสัมพันธ์กับลมหายใจอย่างไร อาจจะนึกไม่ออกว่าเป็นอย่างไร

สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น สิบตาเห็นไม่เท่าลองของจริง

เพราะฉะนั้นน่าจะหาเวลาที่คุณสามารถปลอดจากกิจกรรมหรือการรบกวนใดๆ จะเป็นก่อนนอนหรือตื่นนอนตอนเช้าหรือยามใดก็ได้ตามแต่สะดวก

แต่จะดีที่สุดถ้าเป็นเวลาที่คุณได้อยู่กับตัวเองจริงๆ

ถ้าได้ล้างหน้าล้างตาสักหน่อยจะช่วยให้ร่างกายสดชื่นขึ้น หรือจะอาบน้ำเลยก็ไม่ว่ากัน หาห้องหับหรือสถานที่ที่สงบไม่พลุกพล่าน อากาศถ่ายเทดี เอาเสื่อปูสักผืน แล้วนอนหรือนั่งก็ได้ตามอัธยาศัย แต่ปรมาจารย์โยคะมักแนะนำให้อยู่ในท่านั่งจะดีกว่า เพราะเป็นท่วงท่าที่มั่นคงและจิตใจจะตื่นตัว

การอยู่ในท่านอน ถ้าสบายเกินไปหรือจิตใจไม่แน่วแน่พออาจเผลอหลับได้ ยกเว้นว่าคุณจะฝึกการหายใจก่อนนอน ฝึกแล้วก็นอนหลับรวดเดียวเลย

เตรียมกายเตรียมใจดีแล้ว หายใจช้าๆ สบายๆ สูดลมหายใจให้เต็มปอด คือหายใจให้ปอดขยายเต็มที่ จะท้องพองก่อนหรือทรวงอกขยายขึ้นก่อนก็แล้วแต่ถนัด

เรื่องท้องพองหรือทรวงอกขยายก่อน ลูกศิษย์จากเมืองไทยที่ข้ามน้ำข้ามทะเล ไปเรียนโยคะที่อินเดีย เคยถามครูใหญ่ในสำนักเรียนว่า วิธีหายใจที่ถูกต้องควรเป็นแบบไหน

“ไม่สำคัญว่าจะหายใจให้ท้องพองก่อนหรือทรวงอกขยายก่อน สิ่งสำคัญอยู่ที่ว่าขณะที่เธอหายใจ เธอมีสติอยู่กับการหายใจหรือไม่ พยายามให้ร่างกาย ลมหายใจและจิตใจเป็นหนึ่งเดียวกัน”

เป็นบทเรียนสำคัญที่ครูมอบให้และยังประทับอยู่ในใจเขาเสมอมา

กลับมาว่าเรื่องหายใจกันต่อ วิธีหนึ่งที่พบว่าค่อนข้างได้ผลก็คือ ลองวางมือข้างหนึ่งที่บริเวณท้อง และอีกข้างหนึ่งบริเวณหน้าอก พอเริ่มหายใจเข้าก็ให้สังเกตว่า มือที่วางตรงท้อง ถูกดันให้สูงขึ้นขณะที่ท้องพอง แล้วพยายามยืดลมหายใจให้หน้าอกขยาย ซึ่งจะทำให้มือที่วางตรงนั้นยกตามขึ้นด้วย

ถ้าหายใจให้ทรวงอกขยายก่อนมือการขยับของมือก็จะกลับกัน เวลาหายใจออกก็เช่นเดียวกัน คือมือจะลดระดับลง ตามการเคลื่อนไหวของท้องและหน้าอก

หายใจช้าๆ สบายๆ อย่าฝืน เวลายืดลมหายใจก็อย่าให้ถึงกับอึดอัดหรือเกร็ง ที่สำคัญอย่ากลั้นลมหายใจ

อีกวิธีหนึ่งก็คือนับลมหายใจไปด้วย นับหนึ่ง สอง สาม สี่…วิธีนี้จะช่วยให้ใจเราจดจ่อกับการหายใจได้ดีขึ้น แรกๆ อาจจะนับได้แค่สี่หรือห้าวินาที เมื่อฝึกขยายลมหายใจจะนับได้นานขึ้น นั่นคือเราสามารถหายได้ยาวขึ้น

เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งก็คือ หลังควรจะตั้งตรงโดยเฉพาะในกรณีที่ฝึกในท่านั่ง หลังที่ตั้งตรงจะช่วยให้ปอดขยายตัวได้เต็มที่ขึ้น

หลังตั้งตรง ดำรงสติมั่นอยู่กับลมหายใจ หายใจให้ลึก สบาย ผ่อนคลาย และสม่ำเสมอ ฝึกเช่นนี้เรื่อยไป ถึงจุดหนึ่งร่างกาย จิตใจ และลมหายใจจะหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกัน นี่คือสิ่งที่เรียกว่า “โยคะ”

About MeesaLuk

Just a ordinary lady who still keep finding herself and her identity to prove that she still be here ...in this world with LOVE.

Discussion

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: