//
you're reading...
สนทนาทางธรรมกับหมี Let's do Dhamma

มือใหม่หัดนั่งสมาธิ…ทำไงดีน้า

เรามาเริ่มกันดีกว่าค่ะ มีเวลาเมื่อไร ขอให้ฝึกให้มาก ๆ ไม่ต้องนั่งขัดสมาธิ นั่งท่าอะไรก็ได้ นั่งท่าไหนก็ได้ ขอให้สบาย ๆ ทำตอนไหนก็ได้ แต่ขอให้ทำให้มาก ๆ เข้าไว้ เวลาดูทีวี แทนที่จะนั่งเฉย ๆ ก็ทำด้วยก็ได้ เวลานั่งถ่ายทุกข์ ก็ทำไปด้วย
เวลา ทำการลูบแขนเรา ลูบแบบสบาย ๆนะคะ เหมือนเราลูบเด็กอ่อนๆ ไม่ต้องแรง ทำเบา ๆ แค่รู้สึกได้ถึงการลูบเท่านั้น อย่าได้ดูแคลนว่า ไม่เห็นได้อะไร ท่าทางไม่เห็นเก๋ไก๋ ไม่เห็นเท่ห์ แต่นี่แหละค่ะ กล้ายืนยันเลบว่า มันได้ผลแน่นอนและดีสำหรับมือใหม่ที่จะเริ่มต้น และก็ดีสำหรับมือเก๋ากึกด้วย ลองนะคะ
ขอให้ฝึกไปมาก ๆ อย่าไปหวังผลอะไร เพราะการหวังผลนี่จะเป็นแรงกดดันในการฝึกฝน
3) เมื่อมือใหม่ลูบแขน จะมีเหตุการณ์เกิดขึ้น 2 อย่างก็คือ เดียวก็รู้สึกถึงการลูบได้เมื่อลูบแขน เดียวก็รู้สึกว่าไม่ได้ลูบ เพราะแขนกำลังเคลื่อนที่ไปโดยไม่ได้ลูบ การที่รู้สึกสลับไปมาแบบนี้เอง จะทำให้จิตมีกำลังมากขึ้นเลยล่ะค่ะ การฝึกจิตต้องให้จิตรับรู้แบบนี้นะคะ คือ รู้สลับไปสลับมา ไม่คงที่

4) ส่วนการสวดมนต์ จะสวดก็ได้ ไม่สวดก็ได้ แล้วแต่คุณมือใหม่เลยคุ่ อันนี้ไม่มีข้อห้าม ข้อบังคับแต่ประการใด

5) เมื่อคุณมือใหม่ฝึกไปมาก ๆ เช่นสัก 3 เดือนถึง 1 ปี ขึ้นไป กำลังจิตจะค่อย ๆ มีการพัฒนาตัวเองขึ้นมาอย่างช้า ๆ ทีละนิด ทีละนิด ซึ่งเมื่อมีการพัฒนาขึ้นมา ได้แล้ว จะมีเหตุการณ์อย่างหนึ่งเกิดขึ้น คือ การแยกตัวเองออกมาของจิตรู้ ซึ่งเมื่อจิตรู้เขาเกิดและแยกตัวแล้ว จิตรู้ เขาจะเห็นอาการของขันธ์ 5 ได้เอง  ขอให้ฝึกการรุ้กายต่อไปเรื่อย ๆ เสมอ ๆ อย่าไปหยุดการฝึกการรู้กาย เพราะการรู้กายนี้จะเป็นตัวส่งเสริมให้กำลังจิตยิ่งแข็งแกร่งมากขึ้นไป เรื่อย ๆ ซึ่งเมื่อถึงตรงนี้ จิตใจคุณจะสามารถจับอาการของจิตได้บ้างแล้ว มันจะทำให้คุณเข้าใจมากขึ้นไปเอง
เมื่อจิตมีกำลังมากขึ้น ก็จะมีความสามารถที่จะหยุดจิตปรุงแต่งที่ทำให้ทุกข์ใจได้เอง ขอให้อ่านเรื่อง กายานุปัสสนา ทิ้งไม่ได้เลย ถ้าฐานไม่มั่นคง
http://www.bloggang.com/viewdiary.php?id=namasikarn&month=05-2009&date=24&group=1&gblog=12

6. หากเวลาท่องพุทโธ พุทโธ แล้วเผลอดันไปคิดเรื่องอื่นซะนี่ แต่หากเรารู้ตัวว่า ใช่มั้ยค่ะว่าเราเผลอไปคิดเรื่องอื่น แล้วมาเริ่มพุทโธใหม่ อย่างนี้ถูกต้องแล้วล่ะค่ะ
ถ้าคุณชอบบริกรรมพุทโธ ก็ใช้บริกรรมก็ได้นะคะ
แต่ การบริกรรมมีข้อต้องระวังจุดหนึ่งก็คือ การบริกรรมอย่าส่งจิตไปจ้องคำบริกรรม แค่ให้รู้ว่ามีการบริกรรมก็พอ ซึ่งมือใหม่อาจจะยังไม่เข้าใจในการบริกรรม แล้วก็ไปจ้องการบริกรรมเข้า ถ้าไปจ้องคำบริกรรมเข้า ก็จะใช้ไม่ได้เลยนะคะ

การ ไม่จ้องคำบริกรรมนั้น คุณอาจใช้การบริกรรมไปแล้วก็ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ ในเรื่องอื่นใด แล้วก็บริกรรมไปเรื่อย ๆ แบบสบาย ๆ อย่าเกร็ง อย่าเครียด อย่างนี้ก็ได้ค่ะ แต่ถ้าไม่แน่ใจว่า จ้องคำบริกรรมหรือเปล่า คุณมือใหม่อาจไปฝึกการลูบแขนแทน ดังที่เขียนไว้ข้างต้นก็ได้ค่ะ

7.การปฏิบัติธรรมเพื่อการพ้นทุกข์นั้น จะต้องอาศัยความตั้งใจจริงในการฝึกฝน ทิ้งไม่ได้ แล้วผลของมันจึงจะปรากฏออกมาให้สัมผัสกันได้
อย่าคิดว่า ฝึกไปสักเดือน สองเดือน หรือ เจ็ดเดือน แล้วจะบรรลุธรรม
มันไม่เร็วแบบนั้นเลยนะคะ
พยายามนะคะ พยายามที่จะฝึกให้มากเข้าไว้ก่อน แล้วมาอ่านทวนซ้ำ ๆ คราวหน้า เพราะการอ่านทวน จะช่วยให้เราเข้าใจอะไรได้ดีขึ้นกว่าการอ่านครั้งเดียวโดยไม่เคยฝึกมาเลย
ธรรมะวันละนิดจิตแจ่มใสนะคะ

About MeesaLuk

Just a ordinary lady who still keep finding herself and her identity to prove that she still be here ...in this world with LOVE.

Discussion

No comments yet.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s

%d bloggers like this: